Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/admin/domains/thailandcompetitiveness.org/public_html/event_detail.php on line 6

กิจกรรม

ทีเอ็มเอ สภาพัฒน์ จัดสัมมนาสร้างความเข้าใจ

การดำเนินงานขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

12 มีนาคม 2561

ทีเอ็มเอและสภาพัฒน์ จัดงานสัมมนา Executive Forum Competitiveness 2018 สร้างการรับรู้และความเข้าใจถึงผลการดำเนินงานของภาครัฐบาลด้านขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในปีที่ผ่านๆ มา โดยภาครัฐบาลมองเรื่องการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด หวังดึง WEF และ IMD เข้ามาช่วยทำงาน ในแง่ของการพัฒนาการทำงานภาครัฐและเอกชน

 

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานคณะอนุกรรมการด้านการจัดการข้อมูลและการสื่อสารประชาสัมพันธ์ และประธานศูนย์เพื่อการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ (TMA)  เปิดเผยว่า  การจัดสัมมนาครั้งนี้เพื่อสื่อสารให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ทราบถึงกระบวนการและความคืบหน้าของการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในภาพรวมและสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับกระบวนการขับเคลื่อนดังกล่าวได้เข้าใจข้อมูลที่ถูกต้องตรงตามประเด็นที่ทางภาครัฐได้ดำเนินงานในปีที่ผ่านๆ มา

 “ถึงแม้ว่าผลการจัดอันดับของประเทศไทยจะพัฒนาขึ้น แต่หากพิจารณาในระยะยาวแล้ว คะแนนของประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่สามารถปรับปรุงเพิ่มขึ้นให้ดีกว่านี้ได้อีก ดังนั้นการมุ่งเน้นพัฒนาในด้านที่ยังคงเป็นจุดอ่อนของประเทศจะส่งผลที่ดีต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวได้อย่างแน่นอน” นายเทวินทร์กล่าว

 

ด้านนายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการ คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์  เปิดเผยว่า การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ถือเป็นวาระแห่งชาติที่มีความสำคัญมาก และอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่รัฐบาลพยายามดำเนินงาน ซึ่งในส่วนของสภาพัฒน์ฯ มีการเตรียมแผนนำเสนอปฏิรูปประเทศ ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ภายในเดือนมีนาคมนี้ โดยมีเป้าหมายในการยกระดับประเทศจากกลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง เข้าสู่ประเทศที่มีรายได้สูงในอนาคต ซึ่งในแผนดังกล่าวจะมีเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ ในหลายด้าน อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และยกระดับการศึกษาและ การสร้างงานวิจัย พัฒนา และการสร้างนวัตกรรม ฯลฯ

 

นายกอบศักดิ์  ภูตระกูล  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมองเรื่องการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และยอมรับว่า ไทยกำลังเจอการแข่งขันที่ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะประเทศคู่แข่งก็มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราเองก็คงไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยได้ และรัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจนที่ต้องการติด 20 อันดับแรก ของประเทศที่มีขีดความสามารถการแข่งขันที่ดีที่สุด

สำหรับแนวทางที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ยังคงยึดแนวทางการดำเนินงานคล้ายกับที่ทำไว้กับพัฒนาดัชนีความยากง่ายในการทำธุรกิจ (Doing Business) ที่ประสบความสำเร็จมาก มีการปรับเพิ่มขึ้นถึง 20 อันดับในปีที่ผ่านมา ซึ่งก็คือ การตั้งโจทย์การทำงาน หาผู้รับผิดชอบการทำงาน และติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด รวมถึงจะทำงานเชิงรุกกับสถาบันจัดอันดับอย่างใกล้ชิด เพื่อประสานข้อมูล และ เชิญชวนเข้ามาช่วยทำงาน พัฒนาประเทศ

“ทั้งนี้ในตัวชี้วัดของ IMD และ WEF มีรวมกันกว่า 400 หัวข้อ แต่รัฐบาลจะหยิบตัวชีวัดหลักๆ มาเร่งดำเนินการก่อน โดยในเฟสแรก จะนำร่องก่อน 18 ดัชนี อาทิ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จำนวนการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ จำนวนการเข้าใช้อินเทอร์เน็ต เรื่องการการจัดการสิทธิบัตร การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนาการศึกษา พัฒนาคน และการสร้างแรงงานทักษะสูง   เป็นต้น “รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าว

ขณะเดียวกันรัฐบาลก็มีแผนงานที่จะดึง WEF และ IMD เข้ามาช่วยทำงาน ในแง่ของการพัฒนาการทำงานภาครัฐและเอกชน ที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาในเรื่องของรัฐบาลดิจิทัล การปฏิรูปอุตสาหกรรมยุค 4.0 หรือการพัฒนาคน หรือ การกระจายความเจริญไปสู่ต่างจังหวัด

นายเทวินทร์ กล่าวปิดท้ายว่า ในปี 2561 สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ (TMA)  และสำนักคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ ยังคงมุ่งเน้นเรื่องของการให้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและมีความถูกต้องในด้านการดำเนินงานเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงสะท้อนมุมมองต่อการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้กับผู้บริหารภาคเอกชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายในการตอบแบบสำรวจปัจจัยหลักที่ใช้ในการจัดอันดับของทาง IMD (International Institute for Management Development: IMD) และ WEF (World Economic Forum: WEF) พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนต่อไป

กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง