ข่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา Thailand Competitiveness Conference 2018
20 กรกฎาคม 2561

คุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการที่คะแนนประสิทธิภาพรัฐปีนี้ตกมาที่ 22 จาก 20 เมื่อปี 2560 โดยกล่าวว่าสิ่งที่รัฐบาลนี้ได้ทำเป็นการปูพื้นฐานที่มั่นคงให้สามารถขับเคลื่อนประเทศให้พัฒนา มีความสามารถในการแข่งขันในยุคดิจิทัลหรือยุคอุตสาหกรรม 4.0 ตั้งแต่การตั้งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (The Ministry of Digital Economy and Society) ซึ่งคิดว่าการขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลจะเป็นจุดเปลี่ยนประเทศ จากที่โตแบบเป็นเส้นตรงก็จะสามารถโตแบบทวีคูณ ความพยายามล่าสุดคือการตั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม เพราะปัญหาที่เผชิญคือภาคอุดมศึกษา ติดกับดักในเรื่องกฎระเบียบ ขาดแรงกระตุ้นที่จะสร้างผลงานที่สอดรับกับความต้องการของประเทศและยังไม่สามารถตอบโจทย์โลกในยุคดิจิทัล ในแง่การผลิตงานวิจัย การสร้างนวัตกรรม

คุณอภิศักดิ์ เน้นว่าภาคเอกชนซึ่งคะแนนปีนี้ อยู่ที่ 25 เท่ากับปีที่แล้ว ควรทำได้ดีขึ้น โดยเฉพาในเรื่องวิจัย และพัฒนาเพราะ ภาคเอกชนรู้ความต้องการตัวเองว่าต้องการการวิจัยเรื่องใด “Demand-Led Research”  

เรื่องการปฏิรูประบบราชการก็เป็นอีกเรื่องที่รัฐบาลตั้งใจทำเพราะคิดว่าในยุคการเมืองปกติ การปฏิรูปจะทำได้ยากกว่า และเหตุที่คะแนนประสิทธิภาพรัฐตกลงอาจเป็นเรื่องแผนการที่จะเก็บภาษีเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้มองว่าจะกระทบการแข่งขัน แต่รัฐยึดหลักเกณฑ์เรื่องความเป็นธรรมและเก็บตามความจำเป็นเท่านั้น

ในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน คะแนนของประเทศไทยซึ่งมักล้าหลังอยู่อันดับท้ายๆ แต่ปีนี้ดีขึ้นเล็กน้อย จาก 49 ในปี  2017 เป็น 48 ในปีนี้  นี่เป็นเพราะประเทศไม่ได้ดำเนินการเรื่องโครงสร้างพื้นฐานมา 10 ปี และรัฐบาลก็กำลังดำเนินการสร้างพื้นฐานคมนาคม ให้มี รถไฟรางคู่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเร็วรถไฟไทย จาก 60 เป็น 80-100 กม./ชม. และขอเงินกู้ ADB เพื่อสร้างถนนสี่เลนส์เชื่อม CLMV ซึ่งจะทำให้เกิด Connectivity กับประชากรที่มากถึง 200 ล้านจากประเทศเหล่านี้ ขยายสนามบินอู่ตะเภา และท่าเรือแหลมฉบังให้เป็น Regional Hub และโครงการที่สำคัญคือระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก Eastern Economic Corridor ซึ่งคุณอภิศักดิ์แสดงความมั่นใจว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้แน่นอน หลังจากที่ประเทศผ่านกฎหมายรองรับ และบริษัทต่างประเทศกว่า 500 บริษัทแสดงความสนใจเข้ามาลงทุน จากญี่ปุ่น จีน อเมริกา และไทยรวมถึงมหาวิทยาลัย อย่างมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University : NTU) สนใจที่จะมาเปิดการเรียนการสอนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่เมืองการศึกษาอมตะนคร จ.ชลบุรี มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon University) ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้ามาเปิดในประเทศไทย

 ส่วนโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงิน รัฐก็ได้เป็นผู้นำในเรื่องการนำระบบการเงินดิจิทัล Prompt Pay, any ID พร้อมรับ QR code เร็วกว่าประเทศเพื่อนบ้านใน ASEAN แม้สิงคโปร์ก็ทำตาม ซึ่งเป็นความต้องการรัฐบาลที่จะให้ภาคเอกชนทำการค้ากับประเทศ CLMV โดยที่ไม่ต้องเปิดสาขาธนาคารไทยที่ประเทศเหล่านั้น เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนด้านการเงิน กรมบัญชีกลางกำหนดว่าภายในปีนี้ทุกหน่วยงานรัฐต้องจ่ายเงินระบบดิจิทัล ส่วนการรับ ประชาชนสามารถจ่ายเงินให้รัฐผ่านระบบ prompt pay หรือ ATM และให้โอกาสคนจนได้มีโอกาสใช้บัตรอิเลคโทรนิค คือบัตรสวัสดิการประชารัฐ โดยมีโครงการ Etax จ่ายภาษีผ่านระบบอิเลคทรอนิกไม่ว่าจะเป็น VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

 

คุณอภิศักดิ์กล่าวว่ารัฐบาลเห็นความสำคัญของ SME ในแง่ที่จะช่วยรองรับคนตกงาน เพราะการจ้างงานลดลงจากผลกระทบการนำเทคโนโลยีมาใช้แทนแรงงานคน มีการตั้งเงินกองทุนเพื่อสนับสนุนปีหนึ่งๆเป็นแสนล้าน แต่เมื่อดูประสิทธิภาพของ SME ก็พบว่าเขาดีขึ้นแต่ไม่มาก เพราะเขาไม่ช่วยตัวเองในการพัฒนา นำเทคโนโลยีมาใช้ ระบบบัญชีไม่ถูก กรมสรรพากรก็ได้แนะนำวิธี เพื่อที่เขาจะเข้าระบบที่ถูกต้อง มีการให้นิรโทษกรรมภาษี ย้อนหลัง 20 ปี ครึ่งหนึ่งก็ยอมเข้ามาอยู่ในระบบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง