ข่าว

Adopting Technology for National Competitiveness
20 กรกฎาคม 2561

ศ.อาร์ทูโร บิส  (Professor Arturo Bris)  ผู้อำนวยการศูนย์ IMD World Competitiveness Center บรรยายพิเศษในหัวข้อ Adopting Technology for National Competitiveness ในงานสัมมนา Thailand Competitiveness Conference 2018  โดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ TMA  ว่าในปัจจุบันนี้กระแสดิจิทัลเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้   ดังนั้นทุกภาคส่วนจำเป็นต้องมีการปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งโลกในยุคต่อไป  ภาครัฐจะต้องรับบทบาทเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงเพื่อรักษาหรือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ  โดยภาครัฐในฐานะผู้ควบคุมและกำกับดูแลจำเป็นต้องเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงออกกฎหมายใหม่ๆ ขึ้นมากำกับดูแลเทคโนโลยีที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงินดิจิทัล เทคโนโลยีบล็อกเชน หรืออื่นๆ ที่กำลังจะเข้ามา ประเทศไทยคงไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เข้ามาได้ สิ่งที่ทำได้คือการหาจุดตรงกลางในการปรับตัวนำเทคโนโลยีมาใช้  ซึ่งในหลายประเทศที่เปิดรับเทคโนโลยีก็ส่งผลต่อการยกระดับขีดความสามารถของเขา  อาทิเช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นต้น

ในอนาคตเราจะเห็นว่า เทคโนโลยีบล็อกเชน จะเข้ามามีบทบาทต่องานบริการสาธารณะมากขึ้น  ประชาชนจะติดต่องานกับภาครัฐ  โดยผ่านทางคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนของตัวเอง หรือแม้แต่การปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนจะลดลง  และการทำหน้าที่คนกลางต่างๆ จะหายไป   ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความท้าทายของภาครัฐสมัยใหม่ที่จำเป็นจะต้องวางกฎระเบียบการกำกับดูแล   เพื่อควบคุมระบบสังคม  เศรษฐกิจให้เป็นระเบียบ  ขณะเดียวกันต้องไม่ไปปิดกั้นเทคโนโลยี  พร้อมทั้งต้องส่งเสริมเอกชนที่มีความพร้อมให้เขาสามารถเติบโต  เป็นแกนหลักของระบบเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

นอกจากนี้  ในเรื่องของสกุลเงินดิจิทัลก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น  ในอนาคตความเป็นไปได้ที่แต่ละประเทศจะมีการออกเงินสกุลดิจิทัลของตัวเอง  หรือการแปลงสินทรัพย์กายภาพเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งสิ่งเหล่านี้พิสูจน์ได้ว่า จะส่งผลทำให้ประเทศมีความมั่งคั่งมากขึ้น และเมื่อประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น  ก็ยิ่งส่งผลต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ได้เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ  อย่างเช่นเอสโตเนียก็ได้ปรับตัวเป็นประเทศดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ  มีการทำติดต่องานของภาครัฐในรูปแบบออนไลน์ดิจิทัลทั้งหมด   ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีขึ้น มีความสะดวกรวดเร็ว  และเพิ่มประสิทธิภาพของประเทศ ซึ่งเอสโตเนียก็เป็นต้นแบบให้รัฐบาลอีกหลายประเทศดำเนินการตาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง