ข่าว

เคล็ดลับปรับองค์กรรับมือ ACCELERATING TECHNOLOGIES
28 พฤษภาคม 2562

          ผศ. ดร. คณิสร์ แสงโชติ

          ภาคธนาคารและการเงิน

          คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี

          จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

          กรุงเทพธุรกิจ

 

          เมื่อเร็วๆ นี้ "Salim Ismail" มาให้มุมมองเรื่องการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของการดำเนินธุรกิจ ให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล รวมถึงแนวคิดเรื่องการปลูกฝังวัฒนธรรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนานวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งมีส่วนสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในประเทศไทยในระยะยาวภายในงานสัมมนา "How to Transform Your Business to Become an Exponential Company in a Digital Era" ซึ่งจัดโดยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

          วิทยากรท่านนี้เป็นที่รู้จักในฐานะของนักคิด นักกลยุทธ์ และนักพูดชื่อดังระดับโลกผู้เป็นกูรูด้าน Exponential Transformation ที่ได้รับการยอมรับในแวดวงธุรกิจ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของผลงานหนังสือขายดี Exponential Organizations

          เขาเชื่อว่า Accelerating Technologies จะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด เทคโนโลยีเหล่านี้ เช่น Artificial Intelligence (AI), Robotics, Biotech ซึ่งล้วนมีพัฒนาการในการเพิ่มขีดความสามารถแบบทวีคูณ

          ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีก่อเกิดสิ่งที่ Ismail เรียกว่า 4D คือ Digitize Disrupt Demonetize และ Democratize

          1. Digitize ทุกวันนี้โลกกำลังขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้นผ่าน Internet of Things (IOT) ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีอุปกรณ์ ที่เชื่อมต่อกันได้ถึง 1 ล้านล้านชิ้นใน ปี 2030 และจะเกิดประโยชน์ทางธุรกิจอย่างมาก

          2. Disrupt  เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน รูปแบบการทำธุรกิจก็เปลี่ยน ในอดีตกล้องถ่ายรูปใช้ฟิล์มในการถ่ายภาพ ทำให้ต้องถ่ายภาพด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากฟิล์มมีความจุจำกัด ดังนั้นหลักสูตรสอนถ่ายภาพจึงมีความจำเป็น แต่เมื่อมีกล้องดิจิทัลเข้ามา ความจุไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป หลักสูตรสอนถ่ายภาพจึงไม่มีความจำเป็นแล้ว

          3. Demonetize เมื่อต้นทุนถูกลง มีคู่แข่งมา Disrupt มากขึ้น รายได้ก็ลดลง ที่ผ่านมาบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไม่สนใจรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติหรือรถยนต์ไร้คนขับ (Self-driving Car) เนื่องจากต้นทุนเทคโนโลยีสูงเป็นแสนเหรียญต่อคัน ขายอย่างไรก็ไม่คุ้ม แต่เมื่อต้นทุนเทคโนโลยีลดลงแบบ Exponential เหลือแค่หลักพันต่อคัน ทำให้บริษัทต้องกลับมาพัฒนาเทคโนโลยีนี้

          4. Democratize เมื่อต้นทุนทุกอย่างลดลง ก็ทำให้โลกเปิดกว้างมากขึ้นหลังเหตุการณ์สึนามิที่ประเทศอินโดนีเซีย ชาวประมงมีรายได้มากขึ้นถึง 30% จากการใช้ SMS ในการส่งข่าวราคารับซื้อปลาที่ท่าเรือให้กันช่วยให้ชาวประมงตัดสินใจซื้อขายได้ การที่ชาวประมงใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีทำให้โอกาสเปิดกว้างขึ้น การเปิดกว้างนี้ทำให้ใครก็ได้ที่มีไอเดียสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้กับธุรกิจเดิมๆ แล้วก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ทำนองเดียวกับ Elon Musk ที่ไม่ได้คิดค้นอะไรใหม่ แต่กลยุทธ์ของเขาคือหาเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด และสร้างบริษัทขึ้นมาเพื่อจะได้ทันใช้ประโยชน์จากการเติบโตใน 10 ปีข้างหน้า

          จากการเกิดขึ้นของ 4D Ismail แนะนำให้ธุรกิจตั้งรับและปรับตัว โดยองค์กรที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด หรือที่เรียกว่า Exponential Organization  ควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้

          1. ใช้ MTP (Massive Trans formative Purpose) การที่องค์กรกำหนดเป้าหมายที่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ให้เป็นเหมือนมนต์สะกดประจำองค์กร เช่น Ideas Worth Spreading ของ TED Talk, Organize the World's Information ของ Alphabet/ Google, Open Happiness ของ Coca-Cola ที่ใช้ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กร

          2. ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตแต่ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าด้วยหลักการ SCALE (Staff on Demand, Community & Crowd, Algorithms, Leveraged Assets, Engagement)

          3. ผู้นำองค์กรต้องรับรู้สภาวะ โลกปัจจุบัน เช่น Accelerating Technologies และ Exponential Growth แล้วปรับแนวคิดให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง

          4. เริ่มนวัตกรรม Disruptive จากชายขอบ (Edges) ไม่ใช่จากศูนย์กลางองค์กร (Core) หมายถึงองค์กรสามารถเริ่มทำการเปลี่ยนแปลงของเพื่อป้องกันการ disrupt จากจุดเล็กๆ ขององค์กรก่อน เพื่อไม่ให้คนในองค์กรเกิดความกลัว และต่อต้าน ซึ่งหากสำเร็จก็ค่อยขยายการดำเนินงานสู่ส่วนต่างๆ ขององค์กรต่อไป

          "ป้องกันจากจุดเล็กๆ ไม่ให้คนในองค์กร กลัวและต่อต้าน  หากสำเร็จก็ค่อยขยายไปสู่ส่วนต่างๆ'

          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง