ข่าว

บอร์ด สอวช. ชู BCG กำจัดจุดอ่อนประเทศ
27 พฤศจิกายน 2562

บอร์ดสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) หารือยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทย พร้อมชูนโยบาย BCG แก้จุดอ่อนและเพิ่มขีดความสามารถให้ประเทศ

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ ได้มีการหารือถึงแนวทางยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดย World Economic Forum หรือ WEFที่เกี่ยวข้องกับการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) โดยการจัดอันดับของ WEF เมื่อเดือนที่ผ่านมา พบว่า รายงานผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 40จากทั้งหมด 141 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ โดยได้ 68.1คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน จัดเป็นอันดับที่ 3 ในอาเซียน รองจาก สิงคโปร์ (อันดับที่ 1)และมาเลเซีย (อันดับที่ 27) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปี2018 พบว่า ประเทศไทยได้คะแนนเพิ่มขึ้น 0.6 คะแนน แต่อันดับนั้นลดลงมาสองอันดับ (จากเดิมอันดับที่ 38) 

ทั้งนี้ การพัฒนาด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมถือเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดที่สำคัญที่ส่งผลต่ออันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งตัวชี้วัดด้าน Skill ด้าน Labour Market ด้าน Financial System ด้าน Business Dynamism และ ด้าน Innovation Capacity การประชุมครั้งนี้จึงยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาเพื่อแสวงหาแนวทางยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งข้อเสนอแนะที่ สอวช. จัดทำมาเป็นข้อมูลที่ดีที่ทำให้ประเทศไทยเห็นภาพตัวเองมากขึ้นว่าอยู่จุดไหน และต้องพัฒนาส่วนใดเพิ่มเติมบ้าง โดยเฉพาะเราได้เห็นว่าการดำเนินงานด้านนโยบายของ อว. เดินมาถูกทางและสามารถช่วยยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยได้

"นโยบายหนึ่งที่เราเดินมาถูกทาง และเป็นนโยบายที่จะช่วยยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยได้ คือ นโยบาย BCG ซึ่งนโยบายดังกล่าวจะช่วยแก้จุดอ่อนและเพิ่มขีดความสามารถของไทยในหลายมิติ ทั้งด้านการเงิน เนื่องจากเป็นนโยบายที่มีการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพมีช่องทางการระดมทุนในธุรกิจเกิดใหม่ เพิ่มขีดความสามารถทางด้านตลาดแรงงาน 

โดย BCG มีแนวทางมาตรการจูงใจในการยกเว้นภาษีแก่ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานด้านBCG และลดภาษีการนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้ในการวิจัยพัฒนาและปรับเปลี่ยนเครื่องจักรให้ทันสมัย ซึ่งมาตรการจูงใจลักษณะนี้จะช่วยเพิ่มแรงงานที่มีทักษะเข้ามาทำงานในประเทศ รวมทั้งเป็นการกระตุ้นการเพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาทางอ้อม 

นอกจากนี้ นโยบาย BCG ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านทักษะ เนื่องจากเป็นนโยบายที่มีการส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนากำลังคนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม และยังเป็นนโยบายที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับภาคธุรกิจ เพราะมีการส่งเสริมการปลดล็อคกฎ ระเบียบ และกำหนดมาตรฐานออกระเบียบข้อบังคับ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดช่องทางทางธุรกิจเกิดใหม่ซึ่งเป็นธุรกิจด้านการเพิ่มนวัตกรรมในธุรกิจBCG เป็นต้น ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ สอวช. จัดเวิร์คช้อปสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องในประเด็นการขับเคลื่อน BCGให้เป็นรูปธรรมในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ด้วย" ดร.สุวิทย์ กล่าว

ด้าน ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า ในฐานะที่ สอวช. มีภารกิจในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณากำหนดนโยบาย ทิศทาง และการจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาการอุดมศึกษา และการวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลและผลการวิเคราะห์ว่า เพื่อเป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดยเฉพาะด้านที่ใช้การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นกลไกขับเคลื่อน สอวช. จึงได้วิเคราะห์เพื่อจัดทำแนวทางพร้อมข้อเสนอแนะในการยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศทั้งในด้านSkill ด้าน Labour Market ด้าน Financial System ด้าน Business Dynamism และด้าน Innovation Capacity โดยด้าน Skill มีข้อเสนอแนะให้มีการสร้างระบบFuture Skill Mapping และระบบ Re-skill & Up-skill เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงหลักสูตรและการสอนที่เน้นกระบวนการด้านCritical Thinking โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) สามารถนำข้อเสนอแนะไปขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นได้

ด้าน Labour Market แม้ประเทศไทยจะมีความง่ายในการจ้างแรงงานต่างชาติมาก แต่ไม่ได้มุ่งเน้นแรงงานทักษะสูง เพื่อเป็นการยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขัน ไทยจึงควรมีมาตรการ Talent Corp เพื่อส่งเสริมการหาบุคลากรที่มีทักษะสูงเข้ามาทำงานในประเทศ

ในส่วนตัวชี้วัดเกี่ยวกับ Financing of SMEs ควรมีการสนับสนุนเงินสำหรับโครงสร้างพื้นฐานให้SMEs เพื่อให้ต้นทุนทางเทคโนโลยีต่ำลง โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สามารถทำหน้าที่เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนได้ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการส่งเสริม SMEs ให้ใช้โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินกลาง เช่น Prompt Pay และ QR Payment เพื่อสร้างTrack Record ที่จะนำไปใช้พิจารณาสินเชื่อ 

ส่วนตัวชี้วัดเกี่ยวกับ Venture capital availability ควรมีการปรับกฏระเบียบให้เอื้อต่อการระดมทุนและการประกอบการ เช่น สิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรสำหรับผู้นำเงินมาลงในกองทุน ปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีให้ผู้ร่วมลงทุนสามารถใช้สิทธิได้อย่างที่ควรเป็น

อีกหนึ่งตัวชี้วัดด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่ส่งผลต่ออันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ คือ ด้าน Business dynamism ในส่วนตัวชี้วัด Cost of starting a business และ Time to start a business ไทยควรมีการลดขั้นตอนและความยุ่งยากในการจดทะเบียน จัดตั้งธุรกิจ (Regulatory Guillotine) ส่วนตัวชี้วัด Attitudes Towards Entrepreneurial Risk, Growth of Innovative Companies และ Companies Embracing Disruptive Ideas ควรมีการดำเนินการโครงการมหาวิทยาลัยแห่งการประกอบการต่อเนื่อง รวมถึงปรับปรุง Platform ที่ส่งเสริมการอยู่รอดในช่วงแรกเริ่มการเข้าถึงแหล่งทุนของธุรกิจนวัตกรรม ตลอดจนควรดำเนินการ Sandbox (สนามทดลองกฎ) เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจ Disruptive Business ด้าน Innovation capacity ในส่วนตัวชี้วัด International Co-Inventions, State Cluster Development และ Multi-Stakeholder Collaboration ควรมีการขยายขอบเขต Smart VISA ให้ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม และควรมีนโยบายโครงการลักษณะTalent Corp เพื่อดึงกำลังแรงงานที่มีทักษะขั้นสูงเข้ามาทำงานในประเทศไทย รวมถึงมีการสนับสนุนความร่วมมือสร้างความเชื่อมโยงภายในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม 

สำหรับตัวชี้วัดเกี่ยวกับ Patent Applications หน่วยบริหารและจัดการทุน หรือ PMUควรมีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการจด IP ที่ได้จากงานวิจัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการสร้างแพลทฟอร์มเพื่อMatching ให้เกิดการ Licensing ระหว่างผู้ผลิตผลงานวิจัยและบริษัทเอกชน ส่วนการตัวชี้วัดเกี่ยวกับ R&D expenditures สภานโยบายฯ ได้มีการเสนอเพิ่มงบ R&D ของภาครัฐรวมถึงมีระบบติดตามการใช้งบประมาณ เพื่อเป็นการยกระดับอันดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย

 

ที่มา: https://www.dailynews.co.th/it/743169

ข่าวที่เกี่ยวข้อง