ข่าว

คอลัมน์ จับกระแส: วาระปฏิรูปเร่งด่วนตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0

24 กรกฎาคม 2560

กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

นครินทร์ ศรีเลิศ
 @nakarin_kt
          นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ได้รับการยอมรับและ ถูกพูดถึงกันในวงกว้าง ทุกภาคส่วนของสังคมยอมรับว่ามีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ การผลิต รวมทั้งการบริหารงานภาครัฐให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าวเพื่อให้เท่ากับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว รุนแรงในแบบที่เรียกว่า "Disruptive technology"เมื่อได้ฟังเสียงสะท้อนจากผู้มีส่วนรับผิดชอบหน่วยงานราชการ รวมทั้ง ผู้ผลักดันนโยบาย ก็พอเห็นปัญหาของช่องว่างจากการเปลี่ยนผ่านจากนโยบายไปสู่การปฏิบัติ กลายเป็นความท้าทายที่สำคัญที่ของการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ "Thailand 4.0"
          สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พูดบนเวที "Thailand Competitiveness 2017"ที่จัดโดยสมาคมจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย(TMA) ไว้อย่างน่าสนใจว่า การเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 อาศัยแค่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยไม่พอแต่ต้องผลักดันให้เกิดการปฏิรูปอย่างจริงจัง ตอนนี้ในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการ ปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ก็เริ่มมาคุยกันว่าเรื่องการปฏิรูปที่มีข้อเสนอมากมายจากทั้งฝ่ายรัฐบาล และสภาปฏิรูปแห่งชาติท้ายที่สุดแล้วมี 2 เรื่องสำคัญที่จะตอบโจทย์และชี้วัดความสำเร็จของไทยแลนด์ 4.0
          สุวิทย์กล่าวว่าสิ่งแรกที่ต้องปฏิรูปก็คือเรื่องของการบริหารงานภาครัฐซึ่งรวมไปถึงการปฏิรูปสะสางกฎหมายที่ล้าสมัย (regulatory guillotine)ซึ่งเรื่องนี้ยังครอบคลุมไปถึงบทบาทภารกิจ การบริหารงานภาครัฐ ทำอย่างไรให้หน่วยงานภาครัฐสามารถปรับเปลี่ยนบทบาทให้สอดคล้องกับภารกิจ ที่จะเปลี่ยนแปลงในอนาคต การผลักดันรัฐบาลดิจิทัล และการให้บริการ ของหน่วยราชการอิเล็กทรอนิกส์ให้ครอบคลุมทุกมิติ รวมไปถึงการกำหนด KPI ใหม่เพื่อใช้ประเมินผลการทำงานของราชการด้วย
          อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องมีการปฏิรูปก็คือเรื่องกรอบแนวความคิด (Mindset) ซึ่งสุวิทย์ยอมรับว่า เรื่องนี้มีความสำคัญไม่แพ้เรื่องของการพัฒนาขีดความสามารถ และทักษะในด้านต่างๆ เพราะเรื่องการปรับเปลี่ยนแนวความคิดเกี่ยวข้องไปถึงระดับปรัชญาในการดำเนินชีวิต ซึ่งการปรับเปลี่ยนแนวความคิด ที่จำเป็นก็คือการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ แนวทางการบริหารราชการในรูปแบบใหม่
          ขณะเดียวก็ไม่ทิ้งคุณค่าสิ่งดีงาม วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ในสังคม ซึ่งจะปูทางไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในรูปแบบที่ใช้นวัตกรรม ขับเคลื่อน(Innovation driven) โดยเอาต้นทุนที่มีอยู่มาใช้ในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้ ทั้งนี้การจะปรับเปลี่ยน Mindset ของคนในสังคมได้โจทย์ใหญ่ก็อยู่ที่การปฏิรูประบบการศึกษาที่ต้องชูเรื่อง ของการสร้างคนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ขณะเดียวกันก็ละทิ้งเรื่องของการปลูกฝังค่านิยมในการสร้างคนดี รู้หน้าที่พลเมือง มีวินัย จิตสาธารณะ และมีความซื่อสัตย์เป็นพื้นฐานการดำรงชีวิต  ในไม่ช้านี้จะมีการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ไปสู่ประเทศไทย 4.0  โดยมีการดึงตัวแทนของภาคเอกชนชั้นนำของประเทศเข้ามาร่วมในเวทีปฏิรูป เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลใช้รูปแบบประชารัฐในการ แก้ปัญหาใหญ่ของประเทศ แต่ลำพังการทำงานของคณะกรรมการชุดใด ชุดหนึ่งคงไม่สามารถแก้ปัญหาใหญ่ของประเทศได้ หากปราศจากความ ร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง