ประเด็นหลัก

ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ แนะแนวทางสร้างเมืองที่ยั่งยืน
2 พฤศจิกายน 2563

ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ
แนะแนวทางสร้างเมืองที่ยั่งยืน

 COVID-19 คือปัญหาระยะสั้น แต่ ภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาระยะยาว

 “Sustainability Forum 2000 : Creating a Resilient City” ที่จัดโดย TMA ความรู้และความเห็นในแง่มุมต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและระดับโลก

 

ในมุมมองของนายฮาราลด์ นายด์ฮาร์ด (Mr.Harald Neidhardt) CEO & Curator Futur/io Institute, Germany กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 นับเป็นบททดสอบครั้งสำคัญสำหรับโลกธุรกิจและการสร้างความยั่งยืน แต่ยังถือว่า COVID-19 เป็นวิกฤติระยะสั้น เมื่อเทียบกับปัญหาโลกร้อนที่เป็นวิกฤติระยะยาว ซึ่งมีผลกระทบกับทุกคนทั่วโลก ดังนั้นปัญหานี้จึงต้องอาศัยการร่วมมือจากทุกส่วน นายนายด์ฮาร์ด เน้นย้ำว่า หากวันนี้คนยังเพิกเฉยกับปัญหาโลกร้อนต่อไป อาจทำให้เกิดวิกฤตการณ์ในอนาคตได้ เช่น ตอนใต้ของกรุงปารีสและตอนใต้ของเทือกเขาแอลป์อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของทะเลทรายซาฮาร่า หรือเมืองชายฝั่งซึ่งมีประชากรอาศัยหนาแน่นก็จะไม่สามารถอยู่ได้อีกต่อไป
 

จากงานวิจัยของ IPCC (The Intergovernmental Panel on Climate Change) ระบุว่าโอกาสทางรอดจากหายนะทางสภาพภูมิอากาศ คือการป้องกันไม่ให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 1.5 องศาเซลเซียส  ซึ่งเราต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงครึ่งหนึ่งภายในปี ค.ศ. 2030 และลดลงทั้งหมดภายในปี ค.ศ.2050
 

ส่วนนายโจนัส ธอร์นบลัม (Mr.Jonas Törnblom) CEO Envito AB, Sweden เห็นว่า การสร้าง Smart and Sustainable Cities จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาคสังคม เศรษฐกิจ การเมือง สิ่งแวดล้อม และกฎหมาย เพื่อร่วมกันกำหนดขอบเขตและแนวทางของการแก้ไขปัญหา รวมทั้งการสร้างโมเดลธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่รวมการสร้างความยั่งยืนอยู่ในกระบวนการบริหารจัดการนั้นด้วย

 

เดนมาร์กกรณีศึกษาการพัฒนาเมืองสู่ความยั่งยืน

มุมมองของนายฟิน มอร์เทนเซ่น (Mr. Finn Mortensen) Executive Director State of Green, Denmark เห็นว่า ประเทศเดนมาร์กได้เริ่มวางแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อปรับเปลี่ยนประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1970 โดยได้มีการวางแผนการผลิตและการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน การสร้างความมั่นคงทางทรัพยากร ตลอดจนแผนการสร้างเมือง Smart City ซึ่งทำให้เดนมาร์กเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
ในอนาคตอันใกล้ ประมาณ 65% ของประชากรโลกจะอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความแออัด การจัดการทรัพยากร มลพิษจากการคมนาคม ตลอดจนปัญหาสุขภาพของผู้ที่อยู่อาศัยในเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่เราเริ่มเห็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อนอย่างชัดเจนมากขึ้น
การพัฒนาเมืองให้เป็น Smart City ที่มีความยั่งยืนต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง แต่หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญคือ ความสามารถในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนรุนแรง ตัวอย่างเช่น เมืองโคเปนเฮเกนและเมืองท่องเที่ยวรอสกิลด์ ที่มีนวัตกรรมในการจัดการและลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากน้ำท่วมและพายุฝน เช่น การสร้างถนนที่สามารถช่วยดูดซับน้ำ การสร้างอาคารและโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นคงทนต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น

 

อนาคตของการลงทุนกับองค์กรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ดร. ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เห็นว่าความยั่งยืนเป็น   เมกะเทรนด์ที่ทุกคนจับตามอง นักลงทุนหรือสถาบันทางการเงินให้ความสนใจกับบริษัทที่ยึดหลักความยั่งยืนและดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในยุโรปจะมองเรื่องนี้เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจลงทุน  จากสถิติต่าง ๆ ของโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า มีสัดส่วนของคนรู้หนังสือมากขึ้น คนยากจนน้อยลง สังคมมีความเจริญมากขึ้น แต่สิ่งแวดล้อมกลับเสื่อมโทรมลง โดยสาเหตุหลักมาจากการขยายตัวของความเจริญต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม มีการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรง รวมทั้งปัญหาทรัพยากรน้ำ จึงทำให้บริษัทที่มีความอนุรักษ์นิยมสูงหลายแห่งเริ่มให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) มากกว่าผู้ถือหุ้น (Shareholders) เป็นครั้งแรก

 

ความยั่งยืนเป็นสิ่งที่ต้องทำ

ในการอภิปรายในหัวข้อ CEO Roundtable : Business Adapting towards Resilience โดย นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) นายแบรด เดนิก (Mr. Brad Denig) Co-ordinating Managing Director – Innovation & Sustainability, AWR Lloyd Limited นายยูซา ซูเซีย (Mr. Jusa Susia) Head of Region, Business Finland และ ดร.ชญาน์ จันทวสุ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารความยั่งยืนและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สรุปได้ว่า ในปัจจุบันเราได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้เกิดความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่นับวันจะรุนแรงขึ้น การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่สิ่งที่รอได้อีกต่อไป ภาคเอกชนจึงจำเป็นต้องช่วยกันแก้ปัญหา การวางแผนกลยุทธ์ในการบริหารจัดการที่ยึดหลักความยั่งยืน (Sustainability) ความสามารถในการปรับตัว (Resilience) และการบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนในอนาคต

ประเด็นหลักที่เกี่ยวข้อง

  • การขับเคลื่อนธุรกิจในภูมิทัศน์โลกใหม่ (Lead your Businesses through the New World Landscape)

    21 กรกฎาคม 3106

    จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ที่ในระยะแรกเป็นเพียงประเด็นด้านสาธารณสุขเท่านั้น แต่ขณะนี้ได้ขยายวงกว้างและลุกลาม จนส่งผลกระทบมหาศาลต่อเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของทุกประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น ยังส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อรับมือวิกฤตครั้งนี้ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับโลก (Global Perspective) ระดับองค์กร (Business Perspective) และการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคม (Individual Perspective) ตามวิถีใหม่ (New Normal)

  • การใช้ข้อมูลเพื่อกำหนดกลยุทธ์การให้ที่ดีสำหรับนักธุรกิจผู้ใจบุญ (How philanthropists can harness data to make the world a better place)

    11 พฤศจิกายน 2563

    ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน  มีนักธุรกิจใจบุญมากมายที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ย้อนไปตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 อาทิ  จอห์น ดี. ร็อกเกอะเฟลเลอร์ นักธุรกิจชาวอเมริกันเจ้าของกิจการน้ำมันผู้ร่ำรวย และ เฮนรี ฟอร์ด ผู้ก่อตั้งบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ มาจนถึงผู้นำธุรกิจในยุคปัจจุบันอย่างบิลและเมลินดา เกตส์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสำหรับช่วยเหลือคนในประเทศกำลังพัฒนา  และ วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีระดับโลก ราชานักลงทุนและเจ้าของบริษัท Berkshire Hathaway

  • อนาคตของพลวัตวิถีเศรษฐกิจด้านสุขภาพ (Centering Health: pathways in the global health economy 2026)

    2 พฤศจิกายน 2563

    กล่าวได้ว่าสุขภาพนั้นถือเป็นปัจจัยสำคัญในการประกอบร่างสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา การดูแลสุขภาพได้รับการพัฒนาผ่านการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม เทคโนโลยี และการปรับโครงสร้างบริการด้านสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันได้มุ่งเน้นไปที่การมีส่วนร่วมของผู้บริโภค แม้ว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อการมีสุขภาพที่ยั่งยืนจะเพิ่มขึ้น แต่เราสามารถคาดการณ์ถึงเศรษฐกิจสุขภาพระดับโลกที่แข็งแกร่งสิบปีนับจากนี้ได้ โดยเป้าหมายการเป็นเศรษฐกิจด้านสุขภาพระดับโลกในปี พ.ศ. 2569 ไม่เพียงเป็นการผลิตสินค้าและบริการด้านสุขภาพสำหรับคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น แต่ในระบบเศรษฐกิจนี้ ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและสังคมจะถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของสุขภาพ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงค่าใช้จ่ายเพื่อพัฒนาสุขภาพสำหรับคนจำนวนมากเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว ยังถือเป็นการลงทุนอีกด้วย

  • ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ แนะแนวทางสร้างเมืองที่ยั่งยืน

    2 พฤศจิกายน 2563

    COVID-19 คือปัญหาระยะสั้น แต่ ภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาระยะยาว

     “Sustainability Forum 2000 : Creating a Resilient City” ที่จัดโดย TMA ความรู้และความเห็นในแง่มุมต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและระดับโลก