ประเด็นหลัก

ฝ่าวิกฤตธุรกิจในสถานการณ์อันไม่แน่นอน (Leading in Turbulent Times)
18 มกราคม 2564

 

 

 

 

ฝ่าวิกฤตธุรกิจในสถานการณ์อันไม่แน่นอน

(Leading in Turbulent Times)

 

การระบาดของไวรัสโควิด 19 ซึ่งมีจุดเริ่มต้นในเมืองอู่ฮั่น ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 และได้แพร่กระจายสู่ประชากรทั่วโลกจวบจนปัจจุบัน ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อรวม    สูงถึงเกือบ 91 ล้านคน ในมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก[1] สถานการณ์การระบาดครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภัยคุกคามอันใหญ่หลวงของมนุษยชาติ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินการลงทุนทั่วโลก และยังคงมีผลสืบเนื่องต่อมาในปี 2564 จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาด รวมถึงการพัฒนาวัคซีนป้องกัน ในแง่ของความเพียงพอและการเข้าถึงวัคซีน

เช่นเดียวกันกับประเทศไทย ที่ภาคธุรกิจและประชาชนจำนวนมากยังไม่สามารถพลิกฟื้นจากสถานการณ์ภาวะซมพิษโควิด 19 ที่ต่อเนื่องจากผลของการระบาดรุนแรงและการตัดสินใช้มาตรการ    ล็อกดาวน์เศรษฐกิจทั้งประเทศ เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของระลอกเก่า ในช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมา

วันนี้ ประชาชน และภาคธุรกิจไทย กลับต้องมาเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดที่รุนแรงมากขึ้นของโควิด 19 ระลอกใหม่ และแม้ว่าในช่วงปลายปีก่อนจะมีข่าวดีถึงการฟื้นตัวที่ชัดเจนของเศรษฐกิจไทย โดยมีการปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจปี 2563 ให้ติดลบน้อยลงจากเดิม หรือดีขึ้นประมาณ 2% ตัวเลขคนว่างงาน และคนที่ทำงานน้อยกว่าที่จะดำรงชีพได้ ลดลงจากกว่า 5 ล้านคน เหลือ 2.2 ล้านคนในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์พลิกผันในเวลาไม่ถึงเดือน ทำให้ขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมของไทยมากกว่า 10,000 คน รัฐบาลมีการประกาศใช้มาตรการซอฟต์ล็อกดาวน์ หรือการจำกัดกิจกรรมในบางพื้นที่แทนการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ แต่จำนวนการแพร่ระบาดที่ยังเป็นตัวเลข 3 หลักในแต่ละวันยังไม่สามารถทำให้เกิดความไว้วางใจได้[2]

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า การระบาดของโควิดระลอกใหม่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมไทยสูญเสียถึง 45,000 ล้านบาท ในกรอบระยะเวลา 1 เดือน จากความสูญเสียที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าประมงและอาหารทะเล ที่อาจมีมูลค่ารวมกันราว 13,000 ล้านบาท เพราะการชะลอการบริโภคสินค้าประมงและอาหารทะเลในระยะสั้นในประเทศ รวมถึงการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ในระยะถัดไป   ก็อาจจะได้รับผลกระทบบ้างโดยเฉพาะในด้านขั้นตอนการตรวจสอบและกระบวนการต่าง ๆ ความสูญเสียจากการที่ประชาชนชะลอการทำกิจกรรมในช่วงเฉลิมฉลองปีใหม่ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท ได้แก่ การเลี้ยงสังสรรค์ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ การลดความถี่ในการใช้จ่ายที่ร้านค้าปลีก เป็นต้น ซึ่งไม่รวมการเดินทางท่องเที่ยว โดยประชาชนอาจมีการจัดหาหรือสำรองสินค้าจำเป็น เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ อาหารพร้อมปรุง/พร้อมทาน เป็นต้น เพิ่มเติมจากช่วงก่อนหน้านี้บ้าง รวมทั้งคงจะหันไปทำกิจกรรมผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นแทนการออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน ความสูญเสียจากการชะลอการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ คิดเป็น เม็ดเงินที่หายไปประมาณ 17,000 ล้านบาท หรือราว 30% ของรายได้ท่องเที่ยวในช่วงเวลา 1 เดือน ภายใต้กรณีที่ยังไม่ได้มีประกาศห้ามการเดินทางข้ามจังหวัด

ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด 19 รอบใหม่ในประเทศไทยนี้ ยังอาจสร้างผลกระทบด้านอื่น ๆ ที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้อย่างชัดเจนด้วย อาทิ ผลกระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบการที่ค้าขายสินค้าอื่น ๆ ในตลาด จากการที่ผู้คนหลีกเลี่ยงการสัญจร โดยเฉพาะการสัญจรไปในพื้นที่ที่มีการระบาดหรือพบผู้ติดเชื้อ เป็นต้น[3]

ความต่อเนื่องและยาวนานจากผลกระทบของการระบาดของไวรัสโควิด 19 ทั้งระลอกเก่าและระลอกใหม่ในช่วงเวลานี้ ทำให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคธุรกิจ จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อสามารถขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ ภายใต้สถานการณ์อันไม่แน่นอน

ซีรีส์ชุด “ฝ่าวิกฤตธุรกิจในสถานการณ์อันไม่แน่นอน (Leading in Turbulent Times)”  ที่ TMA ได้ทำการศึกษารวบรวมมานำเสนอครั้งนี้ จึงประกอบด้วย  10 ประเด็นที่น่าสนใจจากบริษัทที่ปรึกษาและสถาบันระดับโลกที่น่าเชื่อถือหลายแห่ง รวมทั้งข้อมูลสถานการณ์ในประเทศไทย ซึ่งสามารถใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนนี้ ได้แก่

 

  1. การตลาดและความยั่งยืน (Marketing & Sustainability)
  2. ความคล่องตัว (Agility)
  3. ภาวะผู้นำ (Leadership)
  4. เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital)
  5. กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ (Strategy)
  6. การวิเคราะห์ข้อมูลและ Big Data (Data Analytics/ Big Data)
  7. การจัดการความเปลี่ยนแปลง (Change Management)
  8. นวัตกรรมและเทคโนโลยี (Technology/ Innovation)
  9. อนาคตของการทำงานและความเป็นอยู่ที่ดี (Future of Work/  Well-being)
  10. การจัดการและปรับโครงสร้างทางการเงิน (Financial Management & Restructure)

 

บทความในซีรีส์ฝ่าวิกฤตธุรกิจในสถานการณ์อันไม่แน่นอน ทั้ง 10 ประเด็นข้างต้น จะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับภาคธุรกิจและประชาชนไทย ในการดำเนินธุรกิจและดำเนินชีวิตให้รอดพ้นและฝ่าฟันวิกฤตที่นำมาซึ่งความไม่แน่นอนครั้งนี้ไปได้ด้วยดี ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า “ภาคธุรกิจและประชาชนไทยควรเตรียมพร้อมและปรับตัวอย่างไร เพื่อสามารถฝ่าวิกฤตไปได้อย่างยั่งยืนในสถานการณ์อันไม่แน่นอนนี้?”

 


[1] Wordometers (Retrieved, 11 January 2021) https://www.worldometers.info/coronavirus/?utm_campaign=homeAdvegas1?

[2] ไทยรัฐออนไลน์; ใช้บทเรียนโควิดรอบแรกกู้วิฤติ "ระลอกใหม่" กระทบหนักคนไทยต้องร่วมใจสู้ , 11 มกราคม 2564 (https://www.thairath.co.th/news/business/2009756)

[3] ไทยรัฐออนไลน์; คาดโควิดระลอกใหม่ ทำเศรษฐกิจไทยสูญเสีย 4.5 หมื่นล้านในกรอบเวลา 1 เดือน , 22 ธันวาคม 2563 (https://www.thairath.co.th/news/business/1999632)

ประเด็นหลักที่เกี่ยวข้อง

  • การขับเคลื่อนธุรกิจในภูมิทัศน์โลกใหม่ (Lead your Businesses through the New World Landscape)

    21 กรกฎาคม 3106

    จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ที่ในระยะแรกเป็นเพียงประเด็นด้านสาธารณสุขเท่านั้น แต่ขณะนี้ได้ขยายวงกว้างและลุกลาม จนส่งผลกระทบมหาศาลต่อเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของทุกประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น ยังส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อรับมือวิกฤตครั้งนี้ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับโลก (Global Perspective) ระดับองค์กร (Business Perspective) และการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคม (Individual Perspective) ตามวิถีใหม่ (New Normal)

  • ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ประจาปี 2564

    17 มิถุนายน 2564

    TMA เผยผลการจัดอันดับฯ โดย IMD ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 28
    17 มิถุนายน 2564 กรุงเทพฯ –สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ (TMA) เผยผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดย World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD สวิตเซอร์แลนด์ ประจาปี 2564

  • การบริหารจัดการความไม่แน่นอนด้วย Agility (Managing extreme uncertainty with agility)

    15 มีนาคม 2564

    คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า คำว่า Agility ที่เราได้ยินกันอยู่บ่อยครั้งในยุคปัจจุบันนี้ อันที่จริงแล้ว หมายถึงอะไร ความเข้าใจที่คุณมีต่อ Agility นั้น ถูกต้องหรือไม่ และคุณจะสามารถนำ Agility มาใช้ในองค์กรของคุณเพื่อบริหารจัดการความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ศาสตราจารย์ Stéphane J. G. Girod  ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์และนวัตกรรมองค์กร และศาสตราจารย์ Goutam Challagalla ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์และการตลาด จากสถาบัน IMD ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Agility ผ่านบทความนี้ว่า เหตุใดคำว่า “Agility” ถึงไม่ได้เป็นเพียงวลียอดนิยมเท่านั้น แต่จัดเป็นส่วนประกอบสำคัญในกลยุทธ์ขององค์กร และคุณจะให้นิยามคำว่า “Agility” ในบริบทของธุรกิจได้อย่างไร

  • การตลาดกับบทบาทด้านความยั่งยืน (How marketing could become the mother of sustainability)

    15 กุมภาพันธ์ 2564

    เป็นที่ทราบกันดีว่า ในอนาคต จำนวนประชากรทั่วโลกจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2500 อาจจะมีจำนวนประชากรบนโลกนี้ถึงกว่า 1.6 หมื่นล้านคน และยังมีแนวโน้มว่าอายุขัยโดยเฉลี่ยของประชากรจะเพิ่มสูงขึ้นอีกถึง 20 ปี สวนทางกับปริมาณทรัพยากรที่ลดลง ถือได้ว่าเป็นความท้าทายต่อมนุษยชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการระบาดของไวรัสโควิด 19 ที่เป็นดั่งนาฬิกาปลุกให้ทั้งตัวผู้บริโภค บริษัท รวมไปถึงองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ ตื่นตัวในแง่ของการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดบนโลกนี้ให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุด