ประเด็นหลัก

การบริหารจัดการความไม่แน่นอนด้วย Agility (Managing extreme uncertainty with agility)
15 มีนาคม 2564

 

การบริหารจัดการความไม่แน่นอนด้วย Agility

(Managing extreme uncertainty with agility)

 

     คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า คำว่า Agility ที่เราได้ยินกันอยู่บ่อยครั้งในยุคปัจจุบันนี้ อันที่จริงแล้ว หมายถึงอะไร ความเข้าใจที่คุณมีต่อ Agility นั้น ถูกต้องหรือไม่ และคุณจะสามารถนำ Agility มาใช้ในองค์กรของคุณเพื่อบริหารจัดการความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ศาสตราจารย์ Stéphane J. G. Girod  ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์และนวัตกรรมองค์กร และศาสตราจารย์ Goutam Challagalla ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์และการตลาด จากสถาบัน IMD ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Agility ผ่านบทความนี้ว่า เหตุใดคำว่า “Agility” ถึงไม่ได้เป็นเพียงวลียอดนิยมเท่านั้น แต่จัดเป็นส่วนประกอบสำคัญในกลยุทธ์ขององค์กร และคุณจะให้นิยามคำว่า “Agility” ในบริบทของธุรกิจได้อย่างไร

 

สาเหตุที่ “Agility” ไม่ได้เป็นเพียงวลียอดนิยม (Why agility is NOT a buzz word)

     จากการสำรวจความคิดเห็นของคนจำนวน 396 คน ในมุมมองต่อ “Agility” ว่าเป็นเพียงวลียอดนิยม (Buzz word) ในยุคนี้หรือไม่ โดยศาสตราจารย์ Stéphane J. G. Girod  ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์และนวัตกรรมองค์กร จากสถาบัน IMD ผลการสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 63 (253 คน) ระบุว่า “ไม่เห็นด้วย (Disagree)” หรือ “ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง (Strongly disagree)” ที่น่าสนใจคือร้อยละ 7 (28 คน) ตอบว่า “ไม่ทราบ (Don’t know)” อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่คำว่า “Agility” ไม่ได้เป็นเพียงวลียอดนิยมเท่านั้น แต่ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในกลยุทธ์ขององค์กร เป็นเพราะว่า Agility ช่วยทำให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและสามารถสร้างความสมดุลในการรับมือต่อเหตุการณ์และวิกฤตที่แตกต่างกัน

     นอกจากนี้ เมื่อสำรวจความคิดเห็นคนกลุ่มเดิมข้างต้นเกี่ยวกับนิยามของคำว่า “Agility” ส่วนใหญ่คิดว่า มีความใกล้เคียงกับคำว่า “Fast adaptation (ความสามารถในการปรับตัวอย่างรวดเร็ว)” มากที่สุด ถึงร้อยละ 66 (283 คน) รองลงมาคือ “Being flexible (มีความยืดหยุ่น)” ร้อยละ 20 (84 คน) และ “Resilience (ความสามารถในการรับมือและพลิกฟื้นจากวิกฤตได้อย่างดีและรวดเร็ว)” ร้อยละ 7 (29 คน) ซึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา คนส่วนใหญ่มักมีความเห็นว่าความหมายของคำว่า “Agility” มีความใกล้เคียงกับคำว่า “Resilience” มากที่สุด

 

เหตุผลที่ “Agility” เป็นสมรรถนะสำคัญ สำหรับจัดการกับสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง (Why agility is a critical capability for dealing with high uncertainty)

     ในมุมมองของศาสตราจารย์ Stéphane J. G. Girod  และศาสตราจารย์ Goutam Challagalla นั้น ในความเป็นจริงแล้ว “Agility” มีความหมายที่แตกต่างกันออกไปตามบริบทของวัฒนธรรม องค์กร หรือแม้แต่ฝ่ายที่แตกต่างกัน ซึ่งหากขาดความรู้ความเข้าใจในนิยามของ Agility ที่ถูกต้องก่อนนำไปปฏิบัติแล้ว ก็อาจจะไม่ส่งผลดีต่อองค์กร เพราะทุกบริษัท จำเป็นที่จะต้องมี Agility ในแผนกลยุทธ์ระยะยาวขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับช่วงเวลาวิกฤตและช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนสูง 

     ยกตัวอย่างการดำเนินงานที่แสดงถึง Agility เช่น เมื่อเร็ว ๆ นี้ แบรนด์เครื่องสำอางดังอย่าง Clarins ได้หันมาให้ความสำคัญกับการซื้อขายผ่านระบบ e-Commerce เนื่องจากช่องทางการซื้อขายออฟไลน์ผ่านหน้าร้าน รวมถึงร้านค้าพันธมิตรตัวกลางต่าง ๆ  จำเป็นที่จะต้องปิดชั่วคราวจากผลพวงของการระบาดของไวรัส   โควิด 19 ซึ่งส่งผลให้ตัวกลางบางรายกำลังเผชิญกับภาวะล้มละลาย ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้ Clarins ต้องหันกลับมาทบทวนกลยุทธ์ที่ใช้อยู่อีกครั้ง

     หรือแม้แต่ช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดวิกฤต บริษัทที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับดิจิทัลส่วนใหญ่ ก็ต้องเผชิญความยากลำบากในการปรับตัวด้านดิจิทัลอยู่แล้ว สถานการณ์ที่มีการลงทุนในดิจิทัล แต่ต้องต่อสู้กับแรงต้านจากการที่ไม่สามารถปรับตัวได้ภายในองค์กรนี้สามารถพบได้ทั่วไป และยังมีอุปสรรคอื่น ๆ ในการสร้างนวัตกรรมด้านดิจิทัลและ Agility ในองค์กรอีกด้วย  รวมไปถึงการมีโครงสร้างองค์กรที่ซับซ้อน (Matrix structure) ซึ่งลดความคล่องตัวในการจัดสรรทรัพยากรใหม่เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง

     ดังนั้น การปรับเปลี่ยนองค์กรให้มี Agility นั้น จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ความท้าทายประการแรกมาจากข้อเท็จจริงที่ว่า "บริษัทจำเป็นต้องแยกแยะระหว่างความคล่องแคล่ว (Being nimble) และความมั่นคง (Being stable)” เพื่อเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอน

     ความท้าทายประการที่ 2 ที่พบได้บ่อยนั้น เป็นผลมาจากความพยายามทลายความซับซ้อนขององค์กร ซึ่ง “องค์กรจำเป็นที่จะต้องหาหนทางการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องให้พบ เพื่อสามารถจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น อะไรที่ใช้แก้ไขปัญหาได้ในทวีปตะวันออกกลาง ก็อาจจะใช้ไม่ได้กับปัญหาที่มีในทวีปยุโรป”

 

คุณสามารถเพิ่ม Agility ให้ธุรกิจของคุณได้อย่างไร (How you can increase organizational agility in your business)

     วิธีการปรับองค์กรให้มี Agility นั้น มีอยู่มากมาย อย่างไรก็ตาม “หลักการพื้นฐานของ Agility นั้น คือการสร้างความสมดุลระหว่างอุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) หรือส่วนเกิน (Surplus) และความขาดแคลน (Shortage)”

     งานบางส่วนในองค์กร อาจจะมีส่วนเกินในช่วงวิกฤต เช่น ในการผลิตที่ไม่มีการดำเนินงานในช่วงระยะเวลา  1 เดือน หรือในแผนกที่ต้องมีการนัดหมายพบปะลูกค้าเชิงกายภาพเท่านั้น ดังตัวอย่างของแบรนด์เครื่องสำอาง Clarins ส่วนเกินคือร้านค้าแบบออฟไลน์ ในขณะที่ยังขาดแคลนช่องทางการขายแบบออนไลน์ บริษัทจึงปรับเปลี่ยนช่องทางการขายให้เป็นแบบออนไลน์มากขึ้น เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างส่วนเกินและส่วนที่ยังขาดแคลน เพื่อให้องค์กร Agile มากขึ้น

     คุณยังสามารถใช้นโยบาย “ให้ยืมคนของคุณ (lend your people)” ได้ ตัวอย่างเช่น สายการบิน  Qantas ทำข้อตกลงร่วมกับห้างขายสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศออสเตรเลียที่ธุรกิจกำลังเติบโตไปด้วยดี ยืมตัวบุคลากรของสายการบินไปช่วยงานชั่วคราว ในช่วงวิกฤตการระบาดไวรัสโควิด 19 ที่ส่งผลให้การดำเนินงานของสายการบินต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว คล้ายกับการแลกเปลี่ยนพนักงานระหว่าง McDonalds และ Audi ซึ่งเป็นการปรับตัวที่เรียกว่า “Agile moves”

 

คุณจะเปลี่ยนแปลงองค์กรเพื่อให้เกิด Agility ได้อย่างไร (How companies transform for agility)

     ศาสตราจารย์ Goutam Challagalla ยังได้กล่าวอีกว่า “หากคุณต้องการให้ Agility เกิดขึ้นในองค์กรของคุณ อย่าคิดเพียงว่ามันคือ Agility เพราะแท้ที่จริงแล้ว Agility คือการดำเนินการเพื่อลดความไม่แน่นอน (Uncertainty) และเสาะแสวงหาโอกาส (Opportunities) ด้วยวิธีการที่ดีขึ้นกว่าวิธีการที่คุณใช้อยู่ในปัจจุบัน” ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้ได้จากกรณีศึกษา องค์ความรู้ หรือเครื่องมือต่าง ๆ ในโลก เพื่อคิดค้นไอเดียใหม่ และเปิดโอกาสให้พนักงานได้เข้ามาเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการแบ่งปันอีกด้วย

 

     ด้วยเหตุนี้ “Agility” จึงไม่ได้เป็นเพียงวลียอดนิยมในปัจจุบันเท่านั้น แต่จัดเป็นส่วนประกอบสำคัญในกลยุทธ์ขององค์กร อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จจากการนำ Agility ไปใช้ ขึ้นอยู่กับความรู้ความเข้าใจในหลักการพื้นฐานที่ถูกต้อง แล้วนำไปปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทขององค์กร ประเทศ และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการความไม่แน่นอนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดีในท้ายที่สุด

 

ที่มา: International Institute for Management Development (IMD)

ประเด็นหลักที่เกี่ยวข้อง

  • การขับเคลื่อนธุรกิจในภูมิทัศน์โลกใหม่ (Lead your Businesses through the New World Landscape)

    21 กรกฎาคม 3106

    จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ที่ในระยะแรกเป็นเพียงประเด็นด้านสาธารณสุขเท่านั้น แต่ขณะนี้ได้ขยายวงกว้างและลุกลาม จนส่งผลกระทบมหาศาลต่อเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของทุกประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น ยังส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อรับมือวิกฤตครั้งนี้ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับโลก (Global Perspective) ระดับองค์กร (Business Perspective) และการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคม (Individual Perspective) ตามวิถีใหม่ (New Normal)

  • การบริหารจัดการความไม่แน่นอนด้วย Agility (Managing extreme uncertainty with agility)

    15 มีนาคม 2564

    คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า คำว่า Agility ที่เราได้ยินกันอยู่บ่อยครั้งในยุคปัจจุบันนี้ อันที่จริงแล้ว หมายถึงอะไร ความเข้าใจที่คุณมีต่อ Agility นั้น ถูกต้องหรือไม่ และคุณจะสามารถนำ Agility มาใช้ในองค์กรของคุณเพื่อบริหารจัดการความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ศาสตราจารย์ Stéphane J. G. Girod  ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์และนวัตกรรมองค์กร และศาสตราจารย์ Goutam Challagalla ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์และการตลาด จากสถาบัน IMD ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Agility ผ่านบทความนี้ว่า เหตุใดคำว่า “Agility” ถึงไม่ได้เป็นเพียงวลียอดนิยมเท่านั้น แต่จัดเป็นส่วนประกอบสำคัญในกลยุทธ์ขององค์กร และคุณจะให้นิยามคำว่า “Agility” ในบริบทของธุรกิจได้อย่างไร

  • การตลาดกับบทบาทด้านความยั่งยืน (How marketing could become the mother of sustainability)

    15 กุมภาพันธ์ 2564

    เป็นที่ทราบกันดีว่า ในอนาคต จำนวนประชากรทั่วโลกจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี ค.ศ. 2500 อาจจะมีจำนวนประชากรบนโลกนี้ถึงกว่า 1.6 หมื่นล้านคน และยังมีแนวโน้มว่าอายุขัยโดยเฉลี่ยของประชากรจะเพิ่มสูงขึ้นอีกถึง 20 ปี สวนทางกับปริมาณทรัพยากรที่ลดลง ถือได้ว่าเป็นความท้าทายต่อมนุษยชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการระบาดของไวรัสโควิด 19 ที่เป็นดั่งนาฬิกาปลุกให้ทั้งตัวผู้บริโภค บริษัท รวมไปถึงองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ ตื่นตัวในแง่ของการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดบนโลกนี้ให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุด

  • แนวทางในการยกระดับด้านดิจิทัลของไทย

    12 กุมภาพันธ์ 2564

    ภาพรวมระดับโลกด้านความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล

    สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ได้ตอกย้ำให้เห็นว่า การปรับกระบวนการทำงานเข้าสู่ระบบดิจิทัล (Digitalization) ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นความจำเป็นที่จะทำให้ประเทศมีความสามารถในการปรับตัวและเติบโตต่อไปได้ภายใต้ภูมิทัศน์ใหม่ของโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน