ประเด็นหลัก

IMD World Talent Report 2016 (Thailand)

2 ธันวาคม 2559

IMD World Talent Report 2016 เป็นรายงานที่สถาบัน International Institute for Management Development (IMD) จัดอันดับความสามารถของประเทศต่างๆ 61 ประเทศในการสร้างบุคลากรเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจ ซึ่งเป็น 61 ประเทศเดียวกับในรายงาน IMD World Competitiveness Yearbook 2016

ในการจัดอันดับในรายงาน IMD World Talent Report นั้น สถาบัน IMD ใช้ตัวชี้วัดทั้งหมด 30 ตัวชี้วัดซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มได้แก่ 1.ด้านการลงทุนและการพัฒนา (Investment and Development) มี 8 ตัวชี้วัด 2.การดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ (Appeal) มี 10 ตัวชี้วัด และ 3.ความพร้อมด้านบุคลากร (Readiness) มี 12 ตัวชี้วัด และในปี 2016 นี้ เขตเศรษฐกิจที่มีคะแนนสูงสุด 10 อันดับได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก เบลเยี่ยม สวีเดน เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ นอร์เวย์ ออสเตรีย ลัคเซมเบิร์ก และฮ่องกง โดยมีถึง 9 ประเทศที่มาจากกลุ่มสหภาพยุโรป มีเพียงฮ่องกงเพียงเขตเศรษฐกิจเดียวที่มาจากกลุ่มเอเชียตะวันออกและแปซิฟิค

สำหรับประเทศไทยในปี 2016 นั้นได้คะแนนเป็นอันดับที่ 37 ตกลงมา 3 อันดับจากปี 2015 ที่ได้อันดับที่ 34 และหากเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนอีก 4 ประเทศ (สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์) แล้ว ประเทศไทยมีคะแนนเป็นอันดับที่ 3 รองจากประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย สอดคล้องกับอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในรายงาน IMD World Competitiveness Yearbook 2016 โดยกลุ่มปัจจัยที่ประเทศไทยทำคะแนนได้สูงที่สุดคือด้านการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ ซึ่งประเทศไทยได้คะแนน 64.9/100 อยู่ในอันดับที่ 24 (ดีขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ได้ 54.5 คะแนนและอยู่ในอันดับที่ 25) และเป็นที่น่าสนใจว่าปัจจัยที่ประเทศได้คะแนนและอันดับดีที่สุดในปีนี้ต่างจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากในปีที่ผ่านมานั้น ประเทศได้คะแนนสูงที่สุดในด้านการลงทุนและการพัฒนาที่ได้ 67.8 คะแนนและอยู่ในอันดับที่ 19 แต่ในปีนี้กลับมีเพียง 56.2 คะแนนและได้อันดับที่ 42 ซึ่งประเทศจำเป็นที่จะต้องเร่งผลิตครูให้มากขึ้นเพื่อปรับปรุงอัตราจำนวนนักเรียนต่อครูในน้อยลง อย่างไรก็ตาม ด้านความพร้อมด้านบุคลากรเป็นสิ่งที่ประเทศต้องปรับปรุงพัฒนามากที่สุดเนื่องจากเป็นปัจจัยที่มีคะแนน (46.7 คะแนน) และอันดับน้อยที่สุด (อันดับที่ 49) ติดต่อกันมาแล้ว 2 ปีและมีคะแนนน้อยที่สุดใน 5 ประเทศอาเซียน โดยในกลุ่มปัจจัยนี้ ประเทศจำเป็นที่จะต้องเร่งพัฒนาวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนพร้อมทักษะด้านภาษาเป็นสำคัญ

ประเด็นหลักที่เกี่ยวข้อง

  • การขับเคลื่อนธุรกิจในภูมิทัศน์โลกใหม่ (Lead your Businesses through the New World Landscape)

    21 กรกฎาคม 3106

    จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ที่ในระยะแรกเป็นเพียงประเด็นด้านสาธารณสุขเท่านั้น แต่ขณะนี้ได้ขยายวงกว้างและลุกลาม จนส่งผลกระทบมหาศาลต่อเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของทุกประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น ยังส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อรับมือวิกฤตครั้งนี้ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับโลก (Global Perspective) ระดับองค์กร (Business Perspective) และการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคม (Individual Perspective) ตามวิถีใหม่ (New Normal)

  • การใช้ข้อมูลเพื่อกำหนดกลยุทธ์การให้ที่ดีสำหรับนักธุรกิจผู้ใจบุญ (How philanthropists can harness data to make the world a better place)

    11 พฤศจิกายน 2563

    ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน  มีนักธุรกิจใจบุญมากมายที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ย้อนไปตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 อาทิ  จอห์น ดี. ร็อกเกอะเฟลเลอร์ นักธุรกิจชาวอเมริกันเจ้าของกิจการน้ำมันผู้ร่ำรวย และ เฮนรี ฟอร์ด ผู้ก่อตั้งบริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ มาจนถึงผู้นำธุรกิจในยุคปัจจุบันอย่างบิลและเมลินดา เกตส์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสำหรับช่วยเหลือคนในประเทศกำลังพัฒนา  และ วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีระดับโลก ราชานักลงทุนและเจ้าของบริษัท Berkshire Hathaway

  • อนาคตของพลวัตวิถีเศรษฐกิจด้านสุขภาพ (Centering Health: pathways in the global health economy 2026)

    2 พฤศจิกายน 2563

    กล่าวได้ว่าสุขภาพนั้นถือเป็นปัจจัยสำคัญในการประกอบร่างสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา การดูแลสุขภาพได้รับการพัฒนาผ่านการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม เทคโนโลยี และการปรับโครงสร้างบริการด้านสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันได้มุ่งเน้นไปที่การมีส่วนร่วมของผู้บริโภค แม้ว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อการมีสุขภาพที่ยั่งยืนจะเพิ่มขึ้น แต่เราสามารถคาดการณ์ถึงเศรษฐกิจสุขภาพระดับโลกที่แข็งแกร่งสิบปีนับจากนี้ได้ โดยเป้าหมายการเป็นเศรษฐกิจด้านสุขภาพระดับโลกในปี พ.ศ. 2569 ไม่เพียงเป็นการผลิตสินค้าและบริการด้านสุขภาพสำหรับคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น แต่ในระบบเศรษฐกิจนี้ ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและสังคมจะถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของสุขภาพ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงค่าใช้จ่ายเพื่อพัฒนาสุขภาพสำหรับคนจำนวนมากเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว ยังถือเป็นการลงทุนอีกด้วย

  • ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ แนะแนวทางสร้างเมืองที่ยั่งยืน

    2 พฤศจิกายน 2563

    COVID-19 คือปัญหาระยะสั้น แต่ ภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาระยะยาว

     “Sustainability Forum 2000 : Creating a Resilient City” ที่จัดโดย TMA ความรู้และความเห็นในแง่มุมต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและระดับโลก