ประเด็นหลัก

Executive Forum Competitiveness 2018

15 มีนาคม 2561

   ทีเอ็มเอ ร่วมมือกับ สภาพัฒน์ จัดงานสัมมนา Executive Forum Competitiveness 2018 สร้างการรับรู้และความเข้าใจถึงผลการดำเนินงานของภาครัฐบาลด้านขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในปีที่ผ่านๆ มา โดยภาครัฐบาลมองเรื่องการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

ทลายข้อกฎหมาย เสริมบริการภาครัฐ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

   คุณอารีย์พันธ์ เจริญสุข  รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. กล่าวในงานเสวนาหัวข้อ "ความก้าวหน้าการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ : กฎหมายและสถาบันว่า รายงานความยากง่ายในการทำธุรกิจ ( Doing Business) ของธนาคารโลก เป็นเหมือนเครื่องมือการปฏิรูประบบการบริการภาครัฐที่สำคัญ  เพราะช่วยในเรื่องการวัดผลการให้บริการว่า ทำอย่างไรถึงทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนในประเทศมากที่สุด  ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ภาครัฐทุกหน่วยงานช่วยกันบูรณาการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการที่ดีขึ้น  จนปีที่ผ่าน ประเทศไทยมีอันดับที่ดีขึ้นถึง 20 อันดับ มาอยู่อันดับที่ 26 

   แต่เป้าหมายของรัฐบาลคือ การเป็นอันดับสองของอาเซียน และการจัดอันดับติดหนึ่งใน 20 อันดับแรก  ซึ่งตอนนี้เรายังตามหลังประเทศมาเลเชียอยู่ในอันดับที่ 24 โดยในปีนี้ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ก็มีเป้าหมายที่ชัดเจน ที่จะต้องแซงหน้ามาเลเชียให้ได้

   โดยแนวทางที่ประเทศไทยใช้ ก็คือการปฏิรูปการให้บริการภาครัฐครั้งใหญ่ โดยยึดหลักการ ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และราคาถูกลง  ซึ่งที่ผ่านมามีการเดินหน้าปฏิรูปไปแล้วในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเริ่มต้นธุรกิจที่มี การยกเลิกการใช้ตรายาง หรือ การยื่นข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน  หรือการปลี่ยนการเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัท เป็นราคาเดียว โดยเชื่อว่าแนวทางเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ที่สนใจหันมาจดทะเบียนบริษัทกันมากขึ้น  หรือแม้กระทั่งการขอใช้ไฟฟ้า การขออนุญาตสร้างอาคาร ซึ่งก็มีการปรับให้ยืดหยุ่น สะดวกต่อการให้บริการมากขึ้น  รวมถึงการยกระดับการให้บริการข้อมูล อย่างแผนที่ที่ดิน (Lands Maps) ซึ่งก็จะแจ้งข้อมูลราคาประเมินรายแปลง และเพื่อนบ้านข้างเคียงได้เลย ผ่านการใช้งานคอมพิวเตอร์  เป็นต้น

   อย่างไรก็ดีสิ่งที่จะต้องเร่งดำเนินการต่อในปีนี้ก็คือ การรณรงค์ให้ภาคเอกชนหันมาใช้งานบริการภาครัฐผ่านระบบออนไลน์ (e-service) เพิ่มขึ้น เพราะถือเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญ  และในอนาคตรัฐบาลจะมีการให้บริการขอใบอนุญาตผ่านอินเทอร์เน็ตแบบจุดเดียวครบวงจร (One-stop-Service) โดยตั้งเป้าจะคัดเลือก ใบอนุญาตที่สำคัญและภาคธุรกิจใช้กัน 300 ใบอนุญาตมาให้บริการ ในภายใต้แพลตฟอร์มที่ชื่อว่า Doing Business Portal ซึ่งจะเหมือนกับประเทศสิงคโปร์ ภาคเอกชน หรือผู้ที่สนใจจะขอใบอนุญาตนั่งอยู่บ้านจะขอใบอนุญาตอะไรก็เพียงแค่กดเข้าไปผ่านอินเตอร์เน็ต โดยเบื้องต้นจะนำร่องที่ 21 ใบอนุญาตที่สำคัญก่อน

สิ่งที่จะช่วยยกอันดับขีดความสามารถในแข่งขัน ก็คือ

   1. ไทยจะต้องมุ่งหน้าไปสู่ดิจิทัลแพลตฟอร์ม

   2. ร่างพ.ร.บ.รัฐบาลดิจิทัล ซึ่งกฎหมายตัวนี้จะมีส่วนช่วยในการเปลี่ยนแปลงประเทศได้เยอะมาก เป็นตัวเสริมที่จะต้องเร่งผลักดันขึ้นมาดูแลทรัพย์สินและสร้างความปลอดภัย ยกระดับเชื่อมั่น

   พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่ในการช่วยป้องกันและปราบปราม ทำให้ประชาชนมีความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ  โดยในส่วนที่ตำรวจเราทำใน 1-2 ปีที่ผ่านมา ก็คือ การปราบปรามเรื่องการค้ามนุษย์ หรือการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือแม้กระทั่งการดูแลทางด้านการท่องเที่ยว  การตรวจคนเข้าเมือง และการมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งการป้องกันและปราบปรามสิ่งเหล่านี้มีส่วนช่วยให้ประเทศไทยถูกจัดอันดับที่ดีขึ้น

   อย่างไรก็ดีการจะทำงานให้สำเร็จ สตช.ทำงานเพียงหน่วยงานเดียวไม่ได้ จะต้องทำร่วมมือบูรณาการกับหน่วยงานรัฐอื่นๆ และภาคเอกชนด้วย และด้วยจำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอยู่อย่างจำกัด ทาง สตช. ก็คิดที่จะเชิญประชาชนทุกคนมาเป็นตำรวจร่วมกันด้วย  ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งกล้องวงจรปิด ซึ่งช่วยลดอาชญากรรมไปได้มาก  แต่ถึงกระนั้น กล้องก็ไม่เพียงพอ  สตช. อยากให้ประชาชนทั้งประเทศทั้ง 60-70 ล้านคนมาช่วยทำหน้าที่เป็นกล้อง CCTV  มาช่วยจับตาดูไม่ให้คนกล้ากระทำผิด  จึงจัดทำโครงการ Police I alert U ซึ่งเป็นแอพที่ติดตั้งบนสมาร์ทโฟน ซึ่งจะช่วยแจ้งความส่งหาตำรวจทันที

เสริมศักยภาพองค์กร พัฒนาการดูแลสิทธิบัตร และคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

   คุณจิตติมา ศรีถาพร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า บทบาทของกรมฯ มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับตัวชี้วัดการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ  ซึ่งกรมฯรับผิดชอบอยู่สองเรื่องหลักๆ คือ 1. การขอจดสิทธิบัตร และ 2. คือการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งต้องยอมรับว่า ประเทศไทยยังทำงานได้ไม่ดี ทั้งสองด้าน โดยจากในเรื่องจดสิทธิบัตรของธุรกิจไทย หรือคนไทยยังมีน้อยมาก  ซึ่งทั้ง IMD และ WEF จัดอันดับให้ประเทศไทยค่อนข้างน้อยกว่าเพื่อนบ้านอย่างมาเลเชียและสิงคโปร์หลายอันดับ  ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากคนไทยมีการคิดค้น  เรื่องการคิดสร้างสรรค์ การสร้างนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ที่น้อย  และอีกส่วนมาจากการทำงานของกรมฯ เองที่มีความล่าช้า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิบัตรมีค่อนข้างจำกัด

   แต่ในขณะนี้ก็ดีใจ ที่รัฐบาลเห็นความสำคัญในส่วนนี้ และยินยอมเพิ่มอัตรากำลัง ซึ่งจะทำให้ผู้ตรวจสอบสิทธิบัตร จากเดิมที่มีอยู่ 24 คน จะเพิ่มขึ้นเป็น 98 คน ในช่วง 2-3ปีนี้ แต่สิ่งที่หน้าห่วง คือ คนที่มีความรู้ความสามารถ จะทำงานในระบบราชการได้ไม่นาน จึงอยากขอร้องให้ ก.พ.ร.ช่วยเรื่องเส้นทางการเติบโตในหน้าที่การงานให้กับคนเหล่านี้ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำงาน  นอกจากนี้ทางกรมฯ ก็มีนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาอำนวยความสะดวกให้สามารถยื่นขอจดสิทธิบัตรผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว

   ส่วนตัวชี้วัดด้านที่สอง คือเรื่องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของเราก็ปรับตัวดีขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในอันดับท้ายๆ โดยตอนนี้อยู่ที่อันดับ 106  เป็นรองสิงคโปร์และมาเลเชียแบบเทียบกันไม่ได้  แต่รัฐบาลก็มีความตั้งใจที่จะเข้าไปจัดการ ปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็เห็นผลชัดเจนจากการที่สหรัฐอเมริกาถอดไทยออกจากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองพิเศษ (Priority Watch List: PWL) เป็นบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List: WL) ซึ่งการปรับปรุงดังกล่าวส่งผลดี ต่อการส่งออกและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศต่อประเทศไทย

ระบบคมนาคมกำลังเจริญก้าวกระโดด

   ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวในการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในหัวข้อ" ความก้าวหน้าการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ  ทุนมนุษย์ โครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี นวัตกรรม ว่า ประเทศไทยกำลังจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า  ความเจริญก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด ทางด้านการคมนาคมในประเทศไทย  ทั้งทางบก ทางน้ำ และ ทางอากาศ  

   โดยในส่วนระบบถนนนั้นก็คือ การลงทุนในระบบมอเตอร์เวย์ ที่มีความปลอดภัยสูง โดยมอเตอร์เวย์สาย 7 กรุงเทพ-พัทยา จะมีการขยายออกไปถึงมาบตาพุบจังหวัดระยอง  มีการสร้างมอเตอร์เวย์เส้นใหม่ จากบางปะอิน ไปโคราชอีก 220 กิโลเมตร กำลังจะมีมอเตอร์เวย์ไปที่จังหวัดกาญจนบุรี  รวมถึงมอเตอร์เวย์เส้นใหม่ นครปฐม -ชะอำ ซึ่งเชื่อว่า มอเตอร์เวย์ จะเป็นการปฏิรูปการขนส่งทางบกที่สำคัญ

   แนวคิดในการบริหารทางหลวง มอเตอร์เวย์ จะมีการทดสอบรูปแบบใหม่ เป็นการเปิดให้สัมปทาน ให้เอกชนเข้าไปดูแล เส้นทาง จัดระบบเก็บเงิน  และบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ จุดพักรถต่างๆ เป็นเวลา 30 ปี 

   ส่วนเรื่องระบบราง จะมีด้วยกันหลักๆ 3 ด้าน คือ จากระบบรถไฟรางเดี่ยวจะเป็นระบบรางคู่ ขณะนี้กำลังเริ่มลงทุนระบบรถไฟ กว่า 3,600 กิโลเมตร จากกรุงเทพไปเหนือ อีสาน และใต้  ซึ่งทุกสายทางจะเป็นรางคู่หมด ก็หมายความการเดินทางจะเป็นรางคู่ ทั้งหมด ซึ่งจะเพิ่มการขนส่งสินค้าและคนได้เพิ่มขึ้นมากกว่าปัจจุบันถึง 4 เท่าตัว รวมถึงในเฟสต่อไป ทำระบบรถไฟรางคู่  ให้เป็นรถไฟฟ้าทั้งหมด ไม่ใช่ดีเชล ซึ่งในอาเซียน มีมาเลเชียทำสำเร็จแล้ว

   เรื่องที่สอง ระบบขนส่งมวลชนในกทม. ปีนี้จะอนุมัติการก่อสร้างรถไฟฟ้า 11 เส้นทาง ซึ่งก็หมายความว่า กทม.จะมีระบบขนส่งมวลชนที่เชื่อม กรุงเทพ กับเมืองรอง ด้วยระบบรถไฟ 11 เส้นทางความยาวกว่า 480 กิโลเมตร  ฉะนั้นกรุงเทพมหานคร จะเป็นมหานครอย่างแท้จริง จุดเด่น คือ 480 กิโลเมตร จะเสร็จพร้อมๆกัน ฉะนั้นระบบการเดินทางในกทม. ก็จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ จะทำให้การเดืนทางในกทม. ดีขึ้นอย่างมหาศาล ประชาชนทุกคนจะมีทางเลือก นอกจากนี้ก็มีการอนุมัติระบบขนส่งมวลชน ภายในเมืองตามหัวเมืองอีกด้วย อย่างภูเก็ต นครราชสีมา ขอนแก่น และ เชียงใหม่ ฉะนั้นระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้าจะเสร็จ

   และสุดท้ายเป็นเรื่องของรถไฟความเร็วสูง เส้นแรกที่เริ่มดำเนินการ คือ สายอีสาน หรือ รถไฟจีน เพราะเป็น รถไฟที่เชื่อมต่อไปยังประเทศจีนได้  รถไฟเส้นนี้จะวิ่งจากคุนหมิง มากทม.ได้  เส้นที่สอง คือ รถไฟสายเหนือ ไปเชียงใหม่ ซึ่งร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่น การศึกษาเบื้องต้นมาแล้ว  เส้นที่สาม คือ สายตะวันออก วิ่งจากกทม.ไปยังจังหวัดชายฝั่งตะวันออก จะเป็นรถไฟที่เชื่อมสามสนามบิน เพื่อรับการเดินทางผ่านสนามบินสูงขึ้น โดยวิธีแก้ปัญหา คือ จะทำให้ สนามบินอู่ตะเภา รองรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคน อนาคตจะเชื่อมไปยังระยอง  และในอนาคตจะมีรถไฟ สายตะวันตกอีกสาย จากกทม. วิ่งไปหัวหิน ฉะนั้นอนาคตผู้เดินทางจะเลือกได้ว่า อยากจะเดินทางแบบไหน และทุกระบบจะแข่งขันกัน 

ผลักดันใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม สู่อุตสาหกรรม 4.0

   คุณเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  ภาคอุตสาหกรรมของไทย ในปัจจุบัน เรียกว่า อยู่ในยุคที่เรียกว่า Nut Cracker Effect  เหมือนถั่วที่ถูกบีบทั้งจากด้านบนและด้านล่าง  ถูกบีบจากด้านล่าง ก็คือ ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม พยายามไล่บี้อย่างหายใจรดต้นคอ แต่ถามว่า ภาคอุตสาหกรรมจะออกจากสถานการณ์แบบนี้อย่างไร อันนี้มันจะสอดคล้องกับ โมเดล 4.0 นั้นก็คือ เราต้องใช้ทรัพย์สินทางปัญหามากขึ้น ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ในการผลิตสินค้า  เมื่อก่อนคิดแต่เ รื่อง การเพิ่มนวัตกรรมให้กับสินค้า แต่มาปัจจุบันต้องมาให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมบนกระบวนการผลิต ซึ่งที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมไทย สามารถบริหารจัดการได้ดี ทำให้ยังรักษาระดับขีดความสามารถในการแข่งขันไว้ได้  โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนการผลิต 

   เพราะฉะนั้นการยกระดับอุตสาหกรรมขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งได้อย่างไร นั้นก็คือ ดิจิทัล แพลตฟอร์ม และอุตสาหกรรมจะต้องปรับตัวไปตามทิศทางของ อุตสาหกรรม 4.0 ที่มีการนำดิจิทัลมาปรับใช้ ตรงนี้มองว่า ภาคอุตสาหกรรมไทย ยังปรับตัวตรงนี้ค่อนข้างน้อย  ซึ่งสิ่งที่จะต้องทำคือ การสื่อสาร การชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมจะต้องมีการยกระดับขึ้นไปแล้ว  เดิมที่เรามีการนำออโตเมชั่น มาใช้บ้าง บางคนเรียกว่า เป็นอุตสาหกรรมโรบอท แต่นั้นเรียกว่ายุค 3.0  แต่การนำดิจิทัลแพลตฟอร์ม มาควบคุมการผลิต เชื่อมโยง การสั่งซื้อ การสต็อก การควบคุม การบำรุงรักษา การทำงานทุกขั้นตอน มีการประยุกต์การใช้ แมชชีน เลิร์นนิ่ง มาใช้  ซึ่งนี้คือ อุตสาหกรรม 4.0 ในปัจจุบัน มีโรงงานไม่กี่โรงที่มีความสามารถแบบนี้แล้ว

   ส่วนธุรกิจเอสเอ็มอี ที่อาจจะมีอุปสรรคด้านการลงทุนระบบ แต่มันแก้ปัญหาได้ ก็คือ หน่วยงานภาครัฐอย่าง สวทช. ที่จะเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการตรงนี้ได้  

   ทั้งนี้จากการศึกษาของ สภาอุตสาหกรรม พบว่า อุตสาหกรรมไทย โดยเฉลี่ยยังอยู่ในยุคที่เรียกว่า 2.0 คือเริ่มมีการใช้สายพานการผลิต และถึง 2.5 ที่มีการนำระบบออโตเมติกส์ มาใช้บ้าง  ยังไปไม่ถึงสาม ซึ่งเป็นระบบอัตโมมัติครบวงจร แต่เป้าหมายก็คือ ต้องไปถึงยุค 4.0 ที่จะมีระบบดิจิทัลเข้ามารองรับ  เรามองว่าปปี 2025 จะผลักดันอุตสาหกรรมไปสู่จุดนั้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตแบบองคาพยพหนุนใช้ดิจิทัลและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต

   คุณวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สิ่งที่กระทรวงดีอี ดำเนินการ เพื่อไปสู่เป้าหมายการพันจากประเทศกับดักรายได้ปานกลาง โดยได้มีการวางยุทธศาสตร์ 20ปี  5ปี แรก คือ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งจะต้องนำมาใช้ประโยชน์ให้ได้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนทั้งหมด ไม่ว่าจะเรื่องของคน  เรื่องกฎระเบียบ ทั้งหมดจะต้องเปลี่ยนไป  และมองไปถึง 20ปีต่อจากนี้ ก็มีเป้าหมายที่กำหนด ให้ไทยติดอยู่กลุ่มประเทศผู้นำทางด้านดิจิทัลของโลก

   การพัฒนาที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอันดับในรายงาน doing Business ที่ปรับตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งนอกจากการทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่หน่วยราชการแล้ว การนำระบบดิจิทัล มาใช้ก็มีส่วนสำคัญ เราใช้เวลาในการเริ่มต้นทำธุรกิจ ตั้งแต่ตั้งชื่อธุรกิจ ไปจดทะเบียนนายจ้าง หรืออีกมากมาย เดิมใช้เวลา 40 กว่าวัน ตอนนี้ปรับปรุงลดลงเหลือ 20 กว่าวัน แต่้เมื่อเอาดิจิทัลเข้าไป ใช้ระบบ One-stop-service เอกสารกว่า 20 ฉบับ ใช้ เวลาเพียง 4-5 วัน ซึ่งลดลงมหาศาล ทำให้อันดับของประเทศเราดีขึ้นมาก 

   ตอนนี้ ก.พ.ร. ร่วมกับ ดีอี จะพัฒนาในเรื่องนี้ต่อไป ไม่ใช่แค่การเริ่มต้นธุรกิจ แต่มันหมายรวมถึงดัชนี Doing Business ทั้งหมด จะต้องทำให้ดีขึ้น โดยเอาระบบดิจิทัลเข้ามาใช้

   โดยกระทรวงดีอี กำลังวางโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทั่วประเทศ กว่า 70,000 หมู่บ้าน ซึ่งภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2561 ทุกคนจะต้องสามารถใช้อินเทอร็เน็ตความเร็ว 30 เมกได้  พร้อมกันนี้ทาง Cat ขยายโครงข่ายภายในประเทศ และต่างประเทศ  ส่วนอวกาศ เราต้องการให้มีการแข่งขัน ไม่ให้มีใครมาผูกขาด สำหรับประเทศไทย  ต.ค.นี้จะประกาศหลักเกณฑ์อนุมัติออกมา

 

 

เรียบเรียงเนื้อหาจากงานสัมมนา Executive Forum on Competitiveness 2018

ประเด็นหลักที่เกี่ยวข้อง

  • การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของไทย

    22 มิถุนายน 2560

    ปัจจุบัน เรามักจะได้ยินการกล่าวถึง“การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” ว่าเป็นเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานและโครงการโดยหน่วยงานต่างๆ 

    ขณะนี้การดำเนินยุทธศาสตร์ประเทศเริ่มเป็นระบบและมีความชัดเจนขึ้น ซึ่งเมื่อมีความชัดเจนจะทำให้ภาคเอกชนและภาคประชาชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ มองเห็นถึงบทบาทของตนเองที่จะเข้ามามีส่วนร่วมได้มากขึ้น

  • สร้างมูลค่าสินค้า – มุ่งนวัตกรรม –โกดิจิทัลบทบาทเอกชนต่อการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน

    4 เมษายน 2561

    ประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันลำดับต้นๆของโลก นอกจากมีการบริหารภาครัฐมีประสิทธิภาพสูงแล้ว ภาคเอกชนก็ล้วนมีส่วนสำคัญ ที่ช่วยเกื้อหนุนให้การจัดอันดับดีขึ้น ซึ่งปัจจัยหลักก็มาจากการให้ความสำคัญ ของเรื่องการคิดค้น  วิจัยพัฒนา และการคิดต่อยอดผลิตภัณฑ์ในการทำตลาด ทำให้กลุ่มประเทศผู้นำ สามารถรักษาระดับความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยาวนาน

  • TMA และสภาพัฒน์เผยผลการจัดอันดับ IMD World Talent Ranking 2018 ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 42

    20 พฤศจิกายน 2561

       กรุงเทพฯ – สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ (TMA) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเผยผลการจัดอันดับ World Talent Ranking จาก World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD สวิตเซอร์แลนด์ ประจำปี 2561 ซึ่งทำการจัดอันดับความสามารถของ 63 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก ด้านการพัฒนา ดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ (Talent) โดยเขตเศรษฐกิจที่อยู่ในอันดับสูงสุด 10 อันดับแรกอยู่ในยุโรปถึง 9 อันดับ ประกอบด้วยเขตเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศนอร์ดิกถึง 4 เขตเศรษฐกิจ คือ เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ และสวีเดน และเขตเศรษฐกิจนอกยุโรปมีเพียงแคนาดาเท่านั้น

  • การจัดการข้อมูล คือ หัวใจหลักของเมืองอัจฉริยะ

    12 พฤศจิกายน 2561

       ในปัจจุบันหลายเมืองทั่วโลก พยายามที่จะยกระดับให้กลายเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทซิตี้ ซึ่งความยาก-ง่ายในการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับขนาดของเมืองและจำนวนประชากรที่อาศัย เพราะหัวใจที่จะพัฒนาเมืองอัจฉริยะขึ้นอยู่กับการจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาลและตอบสนองต่อข้อมูลที่ได้มานั้นอย่างไร

  • เมืองอัจฉริยะเกิดได้ ต้องมาจากความร่วมมือทุกฝ่าย

    12 พฤศจิกายน 2561

                ในปัจจุบัน เรื่องของ เมืองอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทซิตี้ ถือเป็นเมกะเทรนด์ ที่กำลังเป็นกระแสการเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก  ซึ่งการเข้ามาของเทคโนโลยีการพัฒนาเมืองสมัยใหม่ ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบเศรษฐกิจ ธุรกิจ สังคม วัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ของคนเป็นอย่างมาก

                โดยไอเดียหลักของเมืองอัจฉริยะ จะประกอบไปด้วยหลักการ 6 Smart ได้แก่ 1. Smart Economy เศรษฐกิจอัจฉริยะ 2. Smart Mobility การเคลื่อนย้ายอัจฉริยะ ได้แก่ การคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร  3. Smart Energy พลังงานอัจฉริยะ   4. Smart Governance  การจัดการภาครัฐอัจฉริยะ 5. Smart Living การใช้ชีวิตอัจฉริยะ และ 6. Smart People ประชาชนอัจฉริยะ

  • ถึงเวลาเอกชน มีบทบาทสร้างความยั่งยืนให้ประเทศ

    10 ตุลาคม 2561

    การจะประยุกต์การใช้แนวคิดทางเศรษฐกิจหมุนเวียนนี้ หลักการสำคัญที่เอกชน จะต้องเปลี่ยนแปลงก็คือ  การเปลี่ยนทัศนคติ ที่ต้องมองเห็นการช่วยรักษาสภาพแวดล้อม และการลดการสร้างของเสียให้มากทึ่สุด  หากคิดถึงเรื่องนี้  กระบวนการเศรษฐกิจหมุนเวียนจะเกิดขึ้นเอง โดยธรรมชาติ  ซึ่งเมื่อปรับเปลี่ยนแล้วระบบนี้จะช่วยทั้งลดต้นทุนและสร้างโอกาสเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป

  • “เศรษฐกิจหมุนเวียน”ทฤษฎีสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจ

    10 ตุลาคม 2561

    “เศรษฐกิจหมุนเวียน” หรือ “Circular Economy” ซึ่งหัวใจของทฤษฏีนี้ก็คือ การให้คุณค่ากับวัตถุดิบให้มากที่สุด โดยคำนึงการสร้างผลิตภัณฑ์ที่รักษาและเก็บไว้ในนาน และมีการสร้างของเสียหรือมลพิษที่ต่ำที่สุด

  • แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

    4 กันยายน 2561

    ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมนั้นมีความสัมพันธ์โดยตรงกับระดับขีดความสามารถในการแข่งขันแบบแยกกันไม่ออก  มองง่ายๆจะเห็นได้จากลุ่มประเทศที่ติด 1 - 10 ของดัชนี EPI ก็มักจะเป็นประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันลำดับต้นๆด้วยเช่นกัน  ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นว่าประเทศที่มีนโยบายทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี มักจะนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตของประเทศในระยะยาวและมีระบบการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศที่ยั่งยืน

  • สร้างระบบป้องกันด้านสาธารณสุข ทางออกต่อการลดความเหลื่อมล้ำการรักษาพยาบาล

    4 กันยายน 2561

    การที่ทรัพยากรบุคคลในประเทศมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง จิตใจแจ่มใส ถือเป็นอีก 1 ตัวชี้วัดสำคัญต่อการวัดขีดความสามารถทางการแข่งขัน  เพราะการที่คนในประเทศมีคุณภาพชีวิตดี  ย่อมหมายถึงการได้รับการดูแลเอาใจใส่ที่ดี หรือ ได้รับบริการสาธารณสุขที่ถูกออกแบบไว้เป็นอย่างดี ดังนั้นทางสถาบันจัดอันดับ IMD หรือ International Institute for Management Development จึงให้ความสำคัญกับการจัดเก็บข้อมูลทางด้านสาธารณสุขของแต่ละประเทศ  เพราะถือเป็นปัจจัยทางด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และส่งผลต่ออันดับในการแข่งขันโดยรวมด้วย

  • ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ‘รัฐ-เอกชน-ประชาชน’ผนึกกำลังเพิ่มสปีดการแข่งขันยุคดิจิทัล

    23 กรกฎาคม 2561

    ในส่วนประเทศไทยนั้น  หากทำการประเมินลงลึกพบว่า ประเทศของเรายังมีจุดแข็งอยู่หลายข้อ ที่สามารถพัฒนาต่อยอดขึ้นมาได้อีกมาก  โดยเฉพาะทางด้าน เทคโนโลยี (Technology) ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของเรา  แต่ในส่วนที่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติมในหมวดนี้ ก็คือ การเพิ่มการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตต่อจำนวนประชากรที่จะต้องพยายามขยายให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมไปถึงการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่มีน้อยเกินไป  จะเห็นได้ว่า ผลการจัดอันดับที่ออกมา สะท้อนได้ดีเลยว่า จุดไหนเป็น จุดอ่อน จุดไหน เป็นจุดแข็ง ซึ่งช่วยให้ เรารู้ว่า จะส่งเสริมอย่างไร และแก้ไขอย่างไร นับเป็น การส่งสัญญาณให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ – เอกชน – ประชาชน จะต้องร่วมแรงร่วมใจ ช่วยกันยกระดับการพัฒนาของประเทศ

  • “ข้อมูล” ผู้ชี้ขาดชัยชนะ ในเกมธุรกิจยุคดิจิทัล

    5 มิถุนายน 2561

    "ข้อมูล" จึงเปรียบเสมือน "พลัง" ซึ่งสามารถขับเคลื่อน และสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ในทุกระดับชั้น เริ่มต้นตั้งแต่หน่วยที่เล็กสุด คือ ตัวเรา , ครอบครัว , การทำงาน , สภาพแวดล้อม หรือ รวมไปถึงการพัฒนาประเทศ ดังนั้นผู้ที่ครอบครองข้อมูลจึงสามารถชี้นำทิศทางของสังคม หรือแสวงหาผลประโยชน์ในเชิงธุรกิจได้อย่างมหาศาล

  • ผลการจัดอันดับขีความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประจำปี 2561 IMD World Competitiveness 2018  

    24 พฤษภาคม 2561

    สถาบัน IMD World Competitiveness Center ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้เผยแพร่รายงาน IMD World Competitiveness Yearbook 2018 ซึ่งเป็นการรายงานการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ 63 ประเทศทั่วโลก โดยจากผลการจัดอันดับดังกล่าว พบว่าในปีนี้สหรัฐอเมริกาขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ตามด้วยฮ่องกง สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์และสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่มีอันดับความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นมากที่สุดได้แก่ ประเทศออสเตรีย ที่มีอันดับสูงขึ้นถึง 7 อันดับจากอันดับที่ 25 ในปีที่แล้วเลื่อนมาอยู่ในอันดับที่ 18  ในปีนี้ รองลงมาคือ ประเทศโปรตุเกสและประเทศสโลเวเนีย ที่เลื่อนขึ้นมาถึง 6 อันดับ โดยมีอันดับที่ 33 และ 37 ตามลำดับ

  • ‘Digital Transformation’ ถึงเวลาผูกมิตรดิจิทัลเพื่อความสำเร็จในอนาคต

    2 พฤษภาคม 2561

    การแข่งขันยุค 4.0 ที่ "ดิจิทัล" มีบทบาทต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  ความรวดเร็วและความสะดวกสบาย เป็นแต้มต่อในการทำธุรกิจ ส่งผลให้ทุกองค์กรจำต้องเร่งปรับตัวให้เข้ากับเกมธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

    เพราะในโลกยุคดิจิทัล ไม่มีอะไรการันตีได้เลยว่า 'บริษัทยักษ์ใหญ่' ที่เคยประสบความสำเร็จในอดีต จะเป็นผู้คว้าชัยในเกมการแข่งขันในยุคปัจจุบัน

  • ยกระดับความสามารถขององค์กร ปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัล

    11 เมษายน 2561

    ในเวลานี้เรื่องราวของดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่น  (Digital Transformation) มาแรงควบคู่กับเรื่องของอุตสาหกรรม 4.0 ที่รัฐบาลได้พยายามผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจัง หากเรายอมรับกันแล้วว่ามันคือ หนทางที่ต้องเดินต่อไปในยุคนี้  ก็คงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ไม่ว่าจะอยู่ในธุรกิจใด จะมีความแตกต่างแค่เพียงความเร็ว – ช้าของการถูกผลกระทบ และกลายเป็นความจำเป็นที่ต้องปรับตัว

  • สร้างมูลค่าสินค้า – มุ่งนวัตกรรม –โกดิจิทัลบทบาทเอกชนต่อการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน

    4 เมษายน 2561

    ประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันลำดับต้นๆของโลก นอกจากมีการบริหารภาครัฐมีประสิทธิภาพสูงแล้ว ภาคเอกชนก็ล้วนมีส่วนสำคัญ ที่ช่วยเกื้อหนุนให้การจัดอันดับดีขึ้น ซึ่งปัจจัยหลักก็มาจากการให้ความสำคัญ ของเรื่องการคิดค้น  วิจัยพัฒนา และการคิดต่อยอดผลิตภัณฑ์ในการทำตลาด ทำให้กลุ่มประเทศผู้นำ สามารถรักษาระดับความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยาวนาน

  • ปิดจุดอ่อน ยกระดับบริการภาครัฐ  เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

    2 เมษายน 2561

    สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ได้ประกาศเป้าหมายชัดเจนว่าจะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย  ให้ขึ้นมาติดอันดับ TOP20 ของโลก  ในการจัดของ World Economic Forum (WEF) และสถาบัน  IMD โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้มีความแข็งแกร่ง และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ 

  • Executive Forum Competitiveness 2018

    15 มีนาคม 2561

    ทีเอ็มเอ ร่วมมือกับ สภาพัฒน์ จัดงานสัมมนา Executive Forum Competitiveness 2018 สร้างการรับรู้และความเข้าใจถึงผลการดำเนินงานของภาครัฐบาลด้านขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในปีที่ผ่านๆ มา โดยภาครัฐบาลมองเรื่องการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

  • ปฏิรูปการศึกษา ยกระดับบุคลากร แข่งขันเศรษฐกิจยุค 4.0 

    13 มีนาคม 2561

       จากผลการจัดอันดับประเทศที่มีความเป็นเลิศในด้านบุคลากรผู้มีความสามารถ 2017 ของสวิสเซอร์แลนด์ พบว่า ประเทศไทย ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 42  จากการสำรวจทั้งหมด 63 ประเทศ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตกลงถึง 5 อันดับ เมื่อเทียบกับปี 2016

       เมื่อเจาะลึกข้อมูลลงไปจะพบว่า คะแนนของประเทศไทย ตกลงในแทบจะทุกๆด้าน ทั้งนี้การสำรวจดังกล่าว ชี้ให้เห็นจุดอ่อนหลักๆของไทย ก็คือ ปัญหาด้านบุคลากรที่มีประสิทธิภาพต่ำ ซึ่งเป็นผลมาจาก ระบบศึกษาของไทยที่อยู่ในอันดับเกือบท้ายสุดของการสำรวจ

     

  • ทุนมนุษย์ปัจจัยขับเคลื่อนยุค 4.0  

    22 กุมภาพันธ์ 2561

    ดูเหมือนว่า ในเวลานี้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น "ภาครัฐ" หรือ "ภาคเอกชน"  ต่างก็มีการกล่าวถึง "ไทยแลนด์ 4.0" โดยวาดฝันว่า  อนาคตของไทยจะก้าวไปยุคประเทศเศรษฐกิจสมัยใหม่  การมองเป้าหมายนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่การทำให้ถึงเป้าหมายนั้นยากกว่า เพราะปัจจัยที่ทำให้ประเทศ เข้าสู่ 4.0 ได้ ไม่ได้ทำเพียงแค่ลงทุนด้านเทคโนโลยี แล้วจะประสบความสำเร็จ  แต่มันจะต้องมี “ทรัพยากรบุคคล” ที่มีความรู้ ความสามารถในการเป็นแกนขับเคลื่อนด้วย

  • Future Thailand เรียบเรียงจากงาน TMA Discovery Day 2018

    5 กุมภาพันธ์ 2561

    ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากอันดับการแข่งขันของประเทศที่ขยับดีขึ้นจากการมีช่วงสงบ และเกิดการปรับตัวค่อนข้างมากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ผลสำรวจของไอเอ็มดีระบุข้อดีของการทำธุรกิจในประเทศไทย คือ...

  • ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย ด้วยอีโคซิสเต็มนวัตกรรมแบบเปิด

    25 มกราคม 2561

    อุตสาหกรรมอาหาร ถือเป็น ธุรกิจที่มีความสำคัญของประเทศ เพราะในแต่ละปี ไทยส่งออกอาหาร คิดเป็นมูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านบาท  นับเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ  แต่ยังไม่ดีที่สุด ดังนั้นการที่ประเทศของเราตั้งเป้าเป็น  “ครัวของโลก” การส่งออกแค่วัตถุดิบคงไม่ทำให้ถึงฝั่งฝัน  แต่ “การแปรรูปอาหาร” และ สร้าง “นวัตกรรมทางด้านอาหาร”  น่าจะเป็นทางรอดในระยะยาวมากกว่า

  • “นวัตกรรมแบบเปิด” ใช้ความฉลาดคนอื่นสร้างประโยชน์ให้ธุรกิจ

    16 มกราคม 2561

    การแข่งขันของธุรกิจ ในยุคปัจจุบันนั้นต่อสู้กันด้วย "นวัตกรรม" สินค้าของค่ายไหน ใช้งานง่าย สะดวก ประหยัด และตอบโจทย์การใช้ชีวิต  เจ้านั้นจะเป็นผู้คว้าส่วนแบ่งการตลาด และเม็ดเงินจากลูกค้าได้มากกว่า  แล้วถามว่า บริษัทขนาดกลาง และ ขนาดเล็ก อยากจะมี นวัตกรรมของตัวเองบ้าง ภายใต้งบประมาณที่จำกัด จะเป็นไปได้หรือไม่  คำตอบก็คือ  "เป็นไปได้"

  • ฮับทางโลจิสติกส์ไม่ใช่ผัน

    27 ธันวาคม 2560

    แน่นอนการมียุทธศาสตร์พัฒนาที่ชัดเจน ช่วยยกระดับโลจิสติกส์ของไทยได้ดีขึ้น จากเดิมต้นทุนทางโลจิสติกส์ของไทย อยู่เกือบทะลุ 30% ของจีดีพี เรียกว่า ตกขอบอยู่ในระดับเดียวกับประเทศด้อยพัฒนา แต่พอมีการทำโรดแมปการพัฒนาที่ชัดเจน ทำให้ต้นทุนในส่วนนี้ของเราดีขึ้น

  • เมื่อประเทศไทยทำ “แฮตทริก”!!

    6 ธันวาคม 2560

       เมื่อเร็วๆนี้มีข่าวดีเกี่ยวกับการไต่อันดับรวดเดียว 20 ตำแหน่งของประเทศไทยโดยธนาคารโลก  ก่อนหน้านี้ไม่นานก็มีประกาศผลจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ ที่จัดทำโดย 2 สถาบันหลักอีกสองแห่งในโลกคือ IMD และสภาเศรษฐกิจโลก 

       การที่สถาบันหลักทั้งสามแห่งของโลก พร้อมใจกันปรับเพิ่มอันดับให้กับประเทศไทยในปีนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ โดยเฉพาะในยุคนี้ ยามนี้ ที่การแข่งขันเวทีระหว่างประเทศมีความรุนแรงประหนึ่งน่านน้ำสีเลือด

  • อุตสาหกรรม 4.0 : ทางที่ต้องก้าว

    28 พฤศจิกายน 2560

    เชื่อได้ว่าในยุคนี้ คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินคำว่า “ประเทศไทย 4.0” หรือ “อุตสาหกรรม 4.0” สิ่งหนึ่งที่ถูกระบุว่าเป็นหนทางที่จะนำพาประเทศไทยสู่ยุค 4.0 คือการยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 เป็นสิ่งที่ควรศึกษา และทำความเข้าใจให้ตรงกันว่าอุตสาหกรรม 4.0 คืออะไร และจะเป็นทางเลือกหรือทางที่ไม่อาจเลี่ยง

  • Vision to innovate a better life with Thailand 4.0

    21 พฤศจิกายน 2560

    Bold vision and clear goals are required to take a country from one stage of development to the next. Fortunately, Thailand 4.0 looks to be the “policy vision” to lift the country out of the middle-income trap and deliver Thailand over the threshold of a high-income, low inequality nation.

    Innovation is the key force driving Thailand 4.0 and elevating the quality of life of all Thais is its ultimate goal.

  • จีน-มจพ.จับมือผลิตวิศวกรรับรถไฟฟ้าความเร็วสูง

    15 พฤศจิกายน 2560

    มหาวิทยาลัยจงหนาน มหาวิทยาลัยแห่งชาติของจีน ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เปิดหลักสูตรผลิตวิศวกรระบบราง เตรียมพร้อมบุคลากรรองรับรถไฟฟ้าความเร็วสูง

  • ประเทศไทยติดอันดับ 26 ของการเป็นประเทศที่มีความสะดวกในการทำธุรกิจจากผลการวิจัย Doing Business ประจำปี 2018

    1 พฤศจิกายน 2560

    เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา ธนาคารโลก เผยแพร่รายงาน Doing Business ประจำปี 2018 ซึ่งเป็นการศึกษาความสะดวกในการทำธุรกิจ หรือ Ease of Doing Business จาก 190 ประเทศทั่วโลก

    โดยในปีนี้ อันดับของไทยดีขึ้น 20 อันดับ โดยเลื่อนขึ้นจากอันดับที่ 46 ในปีที่ผ่านมา มาเป็นอันดับที่ 26 ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน พบว่า ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 3

  • วิเคราะห์ความเป็นไปได้ที่ไทยจะก้าวเป็นประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนา

    31 ตุลาคม 2560

    Professor Arturo Director IMD World Competitiveness Center แสดงความเห็นว่าท่านเชื่อว่าไทยสามารถพัฒนาให้เป็นประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงสุดในอันดับที่ 20 ในเวลาไม่นานเกินไป ถ้ามีสามสิ่งนี้คือ ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ความเป็นผู้นำ และความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน การวิเคราะห์ตามหลักการ SWOT จุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness)  โอกาส (Opportunity) และ อุปสรรค (Threat)

  • WEF เผยขีดความสามารถทางการแข่งขันไทยดีขึ้น 2 อันดับและรั้งอันดับที่ 32 จาก 137 ประเทศ

    3 ตุลาคม 2560

    ตามที่ World Economic Forum ได้มีการเผยแพร่รายงาน Global Competitiveness Report (GCR)  2017-2018 แสดงให้เห็นว่า จากการจัดอันดับ 137 ประเทศทั่วโลก ประเทศไทยได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 32 โดยในปีนี้ไทยมีคะแนน 4.72 คะแนน ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2016 ที่ได้มีการจัดอันดับ 138 ประเทศทั่วโลก พบว่า ประเทศไทยมีอันดับดีขึ้น 2 อันดับและคะแนนในการประเมินดีขึ้นจากปีก่อนหน้า ซึ่งในปี 2016 นั้นประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 34 โดยมีคะแนน 4.64 คะแนน

  • เศรษฐกิจไม่ดี หรืออะไรไม่ดีกันแน่?

    15 กันยายน 2560

    ในภาพกว้างต้องบอกว่าเศรษฐกิจมันไม่ดีทั้งโลก สาเหตุหนึ่งคือการปั๊มเงินเข้าสู่ระบบของธนาคารกลางทั่วโลก นำโดยธนาคารกลางของสหรัฐที่เรารู้จักกันดีในนามของมาตรการ QE (quantitative easing) นั่นเอง

  • ประเทศไทยกับการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน

    6 กันยายน 2560

    “เมื่อโลกปัจจุบันมีความเชื่อมโยงมากขึ้น สินค้าและบริการไหลไปได้อย่างเสรี ไทยอยู่นิ่งไม่ได้ การที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีสิ่งที่เรียกว่า “disruptive technology” เช่น FinTech, Blockchain ผู้ที่ไม่ปรับตัวรับกับความเปลี่ยนแปลงก็จะสูญพันธ์ หรือไม่เติบโต”

  • เตรียมรับยุคหุ่นยนต์และปัญญาเสมือน (AI)

    18 สิงหาคม 2560

    เมื่อเดือนที่ผ่านมามีรายงานข่าวว่าเฟสบุ๊คจำเป็นต้องตัดสินใจยุติปฏิบัติการทดลองระบบ “ปัญญาเสมือน” หรือ artificial intelligence เมื่อโรบ็อตสองตัวเกิดทะลึ่งคิดประดิษฐ์ภาษาขึ้นมาคุยกันเอง ที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าใจได้

  • เก่งบน ความแปรปรวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน ไม่ชัดเจน

    24 กรกฎาคม 2560

    Digital transformation ได้กลายมาเป็นหนึ่งในคาถายอดฮิตในชั่วโมงนี้ การพลิกผันเปลี่ยนแปลงของธุรกิจจะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วรุนแรงในโลกยุค 4.0 นี้!!

    ผู้ที่จะอยู่รอดและแข่งขันได้ในยามนี้จึงต้องเป็นผู้ที่เก่งในโลกของความแปรปรวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน ไม่ชัดเจน นั่นเอง

  • โลกในยุค “ปลาเร็วกินปลาใหญ่”

    5 กรกฎาคม 2560

    ศาสตราจารย์ ไมเคิล อี. พอร์เตอร์ เคยกล่าวไว้ว่า ความสามารถในการแข่งขันไม่ได้หมายถึงการที่ประเทศมีค่าจ้างแรงงานที่ต่ำกว่าประเทศอื่น หรือสามารถขายสินค้าได้ในราคาต่ำกว่าเพราะมีการกดค่าแรง หรือลดค่าเงิน แต่มาจากความสามารถในการเพิ่มผลิตภาพ (productivity)  ที่จะนำมาซึ่งความมั่งคั่งของประเทศ และประชาชนในชาติ

  • การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของไทย

    22 มิถุนายน 2560

    ปัจจุบัน เรามักจะได้ยินการกล่าวถึง“การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” ว่าเป็นเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานและโครงการโดยหน่วยงานต่างๆ 

    ขณะนี้การดำเนินยุทธศาสตร์ประเทศเริ่มเป็นระบบและมีความชัดเจนขึ้น ซึ่งเมื่อมีความชัดเจนจะทำให้ภาคเอกชนและภาคประชาชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ มองเห็นถึงบทบาทของตนเองที่จะเข้ามามีส่วนร่วมได้มากขึ้น

  • ขีดความสามารถทางการแข่งขันประเทศ...อันดับดีขึ้น...แล้วยังไง?

    7 มิถุนายน 2560

    เป็นที่ชื่นมื่นกันไป เมื่อผลการจัดอันดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศฉบับปีล่าสุด ที่เผยแพร่โดย สถาบัน IMD World Competitiveness Center พบว่าประเทศไทยมีอันดับที่ดีขึ้น จากอันดับที่ 28 ในปี 2559 เป็นอันดับที่ 27 ในปี 2560

    คำถาม คือ อันดับดีขึ้นแล้วยังไง? 
    การจัดอันดับขีดความสามารถฯ เป็นเสมือนเครื่องมือวัดสมรรถนะ จุดอ่อน จุดแข็ง ว่าประเทศเรามีส่วนที่เป็นความท้าทาย ต้องปรับปรุงตรงไหน เพื่อที่จะทำให้แข่งขันกับนานาชาติได้ดีขึ้น  ซึ่งตัวเลขเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ลงทุนจากทั่วโลกให้ความสำคัญและสนใจไม่น้อยไปกว่าตัวเลขจีดีพี 

     

     

  • ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประจำปี 2560โดย IMD World Competitiveness Center

    1 มิถุนายน 2560

    IMD World Competitiveness Center ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รายงานการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ 63 ประเทศทั่วโลก พบว่าในปีนี้ ฮ่องกงยังคงเป็นอันดับ 1 และสวิตเซอร์แลนด์อยู่ในอันดับที่ 2  สิงคโปร์เลื่อนขึ้นมา 1 อันดับโดยอยู่ในอันดับ 3  ด้านประเทศไทยมีผลที่ดีขึ้นทั้งโดยคะแนนและอันดับ โดยมีคะแนนรวมในปีนี้เท่ากับ 80.095 เปรียบเทียบกับ 74.681 ในปี 2559 และมีอันดับที่ดีขึ้น 1 อันดับ โดยเลื่อนขึ้นจากอันดับที่ 28 ในปี 2559 เป็นอันดับที่ 27 ในปี 2560

  • ความสะดวกในการดำเนินธุรกิจของไทยในสายตาธนาคารโลก

    17 พฤษภาคม 2560

    ในยุคที่โลกธุรกิจการค้าเชื่อมเป็นแผ่นเดียว ผู้ลงทุนธุรกิจมีทางเลือกมากขึ้นในการเลือกสถานที่ตั้งจากที่ใดในโลกก็ได้ ดังนั้น การพัฒนาปรับปรุงใดๆ ที่เกิดขึ้น จะมุ่งหวังเพียงแค่ทำดีขึ้นไม่ได้ แต่ต้องดูด้วยว่าประเทศอื่นในโลกได้พัฒนาไปมากน้อยแค่ไหน และเราอยู่จุดใดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในโลก

  • Nurturing the Innovative Food Entrepreneur

    17 พฤษภาคม 2560

    การสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกิจการในยุคสมัยนี้ จึงเป็นเรื่องดีที่เราจะสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่นที่ได้ลองปฏิบัติมาแล้ว ทั้งส่วนที่ล้มเหลวและประสบความสำเร็จ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญให้เมืองนวัตกรรมอาหารของไทยเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง

  • Less for more “ทำน้อยได้มาก” เคล็บลับชีวิตดี๊ดี สำหรับตัวเราและประเทศของเรา

    9 พฤษภาคม 2560

    “ขยันผิดที่ สิบปีก็ไม่รวย” ถือเป็นคำกล่าวยอดฮิต และเป็นเรื่องจริง ทั้งสำหรับตัวบุคคล หรือแม้กระทั่งสำหรับองค์กร และสำหรับ “ประเทศ”

  • IMD World Talent Report 2016 (Thailand)

    2 ธันวาคม 2559

    IMD World Talent Report 2016 เป็นรายงานที่สถาบัน International Institute for Management Development (IMD) จัดอันดับความสามารถของประเทศต่างๆ 61 ประเทศในการสร้างบุคลากรเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจ ซึ่งเป็น 61 ประเทศเดียวกับในรายงาน IMD World Competitiveness Yearbook 2016

  • กลุ่มย่อยที่ 5 ทิศทางการพัฒนาการเกษตรไทยสู่ความเป็นเลิศด้านอาหารของโลกภายใต้บริบทที่เปลี่ยนแปลง

    14 กันยายน 2559

    ภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารมีความสำคัญต่อทางเศรษฐกิจไทยสูง มี GDP คิดเป็นร้อยละ 14.6 ของ GDP ทั้งประเทศ โดยร้อยละ 10.5 มาจากภาค ...

  • ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประจำปี 2559 โดย IMD World Competitiveness Center

    31 พฤษภาคม 2559

    ผลการจัดอันดับโดยรวม เมื่อวันอังคารที่ 31 พฤษภาคม 2559 สถาบัน IMD World Competitiveness Center ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้เผยแพร่รายงาน IMD World Competitiveness Yearbook 2016

  • การประชุมเชิงปฎิบัติการ MICE-Driven Economic Transformation ครั้งที่ 2

    28 มีนาคม 2559

    สืบเนื่องจากการประชุมเชิงปฎิบัติการ “MICE Driven Economic Transformation” ภายใต้โครงการ Thailand Competitiveness Enhancement Program ...

  • ทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12

    31 ธันวาคม 2558

    ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 หรือระหว่างปี พ.ศ. 2560 – 2564 นั้น ประเทศไทยจะยังประสบสภาวะแวดล้อมและบริบทของการเปลี่ยนแปลงต่างๆ

  • การประชุมเชิงปฎิบัติการ MICE-Driven Economic Transformation ครั้งที่ 1

    22 ตุลาคม 2558

    อุตสาหกรรมไมซ์มีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมากในทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนก็จะพบ...

  • Public-Private Collaborative Committee

    14 กันยายน 2558

    On December 3, 2015, a group of Thai executives led by Dr. Somkid Jatusripitak, Thailand’s Deputy Prime Minister (Economic Affairs), visited General Prayuth Chan-o-Cha, Prime Minister of Thailand, at the Government House of Thailand for a discussion on driving economic growth of Thailand, especially with regards to national reform, public policies, and public-private collaboration.

  • ผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยด้านคมนาคมและการขนส่งปี 2015 และ 2016

    1 มกราคม 2558

    จากการรายงานผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศปี 2016 โดยสถาบัน IMD World Competitiveness Yearbook นั้น ในภาพรวม ปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน ...

  • “ข้อมูล” ผู้ชี้ขาดชัยชนะ ในเกมธุรกิจยุคดิจิทัล

    30 พฤศจิกายน 542

    "ข้อมูล" จึงเปรียบเสมือน "พลัง" ซึ่งสามารถขับเคลื่อน และสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ในทุกระดับชั้น เริ่มต้นตั้งแต่หน่วยที่เล็กสุด คือ ตัวเรา , ครอบครัว , การทำงาน , สภาพแวดล้อม หรือ รวมไปถึงการพัฒนาประเทศ ดังนั้นผู้ที่ครอบครองข้อมูลจึงสามารถชี้นำทิศทางของสังคม หรือแสวงหาผลประโยชน์ในเชิงธุรกิจได้อย่างมหาศาล