ประเด็นหลัก

การประชุมเชิงปฎิบัติการ MICE-Driven Economic Transformation ครั้งที่ 2
28 มีนาคม 2559

วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559 ระหว่างเวลา 13.30 – 16.00 น.
ณ ห้องปทุมมา โรงแรม สยามเคมพินสกี กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากการประชุมเชิงปฎิบัติการ “MICE Driven Economic Transformation” ภายใต้โครงการ Thailand Competitiveness Enhancement Program ในวันที่ 22 ตุลาคม 2558 ที่ประชุมได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประเด็นการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทยเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปต่อยอดในเชิงนโยบายได้นั้น เพื่อให้ประเด็นการพัฒนาดังกล่าวมีการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม TMA จึงได้จัดการประชุมเชิงปฎิบัติการต่อเนื่องในหัวข้อ “MICE-Driven Economic Transformation” ในวันจันทร์ที่ 28 มีนาคม 2559 ขึ้น เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับข้อเสนอแนะและกลไกในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ให้เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสามารถยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในภาพรวมได้

ข้อเสนอแนะในการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์
ด้านสิทธิประโยชน์และแรงจูงใจ

• ควรปรับปรุงกฎระเบียบรวมถึงกำหนดสิทธิประโยชน์และแรงจูงใจ เพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ ดังนี้
    o การให้สิทธิประโยชน์และแรงจูงใจทางภาษี สำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการประชุมที่ตรงกับยุทธศาสตร์ของชาติ
    o การส่งเสริมงบประมาณสนับสนุนให้กับหน่วยงานที่มีศักยภาพ สามารถสร้างความเจริญเติบโตและพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมไมซ์ให้ดียิ่งขึ้นได้
    o การให้สิทธิประโยชน์และแรงจูงใจทางภาษีสนับสนุนผู้จัดงานที่มีศักยภาพในการจัดงานในระดับสากล ซึ่งจะเป็นทางเลือกเพิ่มเติม นอกเหนือจากการที่หน่วยงานของภาครัฐดำเนินการจัดงานเอง
    o การเพิ่มสิทธิประโยชน์และแรงจูงใจให้กับการท่องเที่ยวผ่านอุตสาหกรรมไมซ์เกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยี
    o การสนับสนุนด้านภาษีศุลกากรเพื่อดึงดูดการลงทุนและให้นักธุรกิจสนใจเดินทางเข้ามาประเทศไทย
    o การอนุญาตให้บริษัทผู้จัดงานในระดับโลกเข้ามาเปิดบริษัทในประเทศไทยได้

• สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) ต้องศึกษาเจาะลึกสิทธิประโยชน์ของอุตสาหกรรมไมซช์ในทุกด้าน ทั้งด้านการจัดประชุม (Meeting) ด้านการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (Incentive) ด้านการประชุมนานาชาติ (Conference) และด้านการจัดนิทรรศการ (Exhibition) เพื่อนำมาวางแผนกลยุทธ์ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมไหมซ์ในอนาคตต่อไป

ด้านโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร
• ควรพัฒนาจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะการคมนาขนส่ง เพื่อให้เกิดเมืองไมซ์กระจายตัวไปในหลากหลายพื้นที่
• ควรพัฒนาบุคลากรไทยด้านภาษา โดยเฉพาะอังกฤษให้กลายเป็นภาษาที่สอง เพื่อดึงดูดให้ผู้จัดงานต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น
• ควรพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมไมซ์ โดยมุ่งเน้นด้านการศึกษาเป็นหลัก โดยเฉพาะการจัดทำโปรแกรมหลักสูตรภาษาไทยสำหรับผู้ประกอบการชาวไทยที่อยู่ในธุรกิจไมซ์

ด้านกลยุทธ์
• เสนอให้อุตสาหกรรมไมซ์กลายเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศในกลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve ที่ต้องได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วน
• ควรสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดของอุตสาหกรรมไมซ์ โดยการกำหนด Positioning ที่ชัดเจน ทั้งในด้านการจัดประชุม (Meeting) ด้านการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (Incentive) ด้านการประชุมนานาชาติ (Conference) และด้านการจัดนิทรรศการ (Exhibition) และต้องดูความสอดคล้องกับกลยุทธ์ภาพใหญ่ในการพัฒนาประเทศพร้อมกันไป
• ควรสำรวจความคิดเห็นจากบริษัทข้ามชาติถึงจุดเด่นของประเทศไทย เพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็น Strategic Country ด้านไมซ์พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิด Regional Office ในประเทศไทย
• ควรวางแผนการทำ Cross Marketing ระหว่างสินค้าและบริการให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
• ควรมีการจัดงานในระดับ Global Brand นอกเหนือจากการจัดประชุมหรือการจัดนิทรรศการปกติ
• ควรสนับสนุนตลาด Hi-End MICE ทั้งในด้านของโครงสร้างพื้นฐานและกฎระเบียบข้อบังคับ เช่น การมี Private Jet ในประเทศ เป็นต้น
• ควรพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เป็นลักษณะของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์

บทบาทของสํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB)
• ควรปรับโครงสร้างของ TCEB ให้คล่องตัวมากขึ้น และลดขั้นตอนการดำเนินการแบบราชการที่ไม่คล่องตัวให้น้อยลง จึงควรแยกส่วนการบริหารงานของ TCEB ให้เป็นอิสระจากกระทรวงการท่องเที่ยว
• ควรมอบอำนาจให้ TCEB เป็นผู้ที่ขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ภาพรวมของประเทศ ในลักษณะ One-Stop Service ทั้งนี้ ควรแก้ไขพระราชบัญญัติด้านอำนาจหน้าที่ของ TCEB ให้เทียบเคียงกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการกำหนดสิทธิประโยชน์และมาตรการสร้างแรงจูงใจในการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ เช่น การลดภาษี การออกใบอนุญาตทำงาน การให้แรงจูงใจทางภาษีแก่ผู้จัดงาน เป็นต้น
• TCEB ควรดำเนินงานสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมไมซ์ โดยการเป็นผู้นำที่ทำให้เกิดการจัดงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศไทย ดึงงานใหญ่ระดับโลกเข้ามาในประเทศ รวมถึงการจัดงานในระดับสากลด้วยตัวเอง เพื่อดึงดูดนักธุรกิจจากทั่วโลกเข้ามาในประเทศ บทบาทของ TCEP อาจครอบคลุมไปถึงการดูแลความพร้อมด้านต่างๆ เช่น ด้านโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น
• TCEB ควรสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) โดยมุ่งเน้นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานทั้งในด้านตัวเลขทางเศรษฐกิจรวมถึงด้านสิ่งแวดล้อม
• TCEB ต้องมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ เพื่อวิเคราะห์หากลยุทธ์ในอุตสาหกรรมไมซ์ให้ครอบคลุมทุกประเด็น
• TCEB ควรประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนกลไกการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม

หน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงาน
• สำนักนายกรัฐมนตรี: สนับสนุนให้ TCEB มีอำนาจหน้าที่ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ในภาพรวมอย่างแท้จริง
• กระทรวงการคลัง: สนับสนุนด้านสิทธิประโยชน์และแรงจูงใจในอุตสาหกรรมไมซ์
• กระทรวงมหาดไทย
• การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
• หน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมทั้งหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นต้น

ประเด็นหลักที่เกี่ยวข้อง


    Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/admin/domains/thailandcompetitiveness.org/public_html/topic_detail.php on line 140
  • TMA และสภาพัฒน์เผยผลการจัดอันดับ IMD World Talent Ranking 2018 ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 42

    20 พฤศจิกายน 2561

       กรุงเทพฯ – สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ (TMA) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเผยผลการจัดอันดับ World Talent Ranking จาก World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD สวิตเซอร์แลนด์ ประจำปี 2561 ซึ่งทำการจัดอันดับความสามารถของ 63 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก ด้านการพัฒนา ดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ (Talent) โดยเขตเศรษฐกิจที่อยู่ในอันดับสูงสุด 10 อันดับแรกอยู่ในยุโรปถึง 9 อันดับ ประกอบด้วยเขตเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศนอร์ดิกถึง 4 เขตเศรษฐกิจ คือ เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ และสวีเดน และเขตเศรษฐกิจนอกยุโรปมีเพียงแคนาดาเท่านั้น

  • การจัดการข้อมูล คือ หัวใจหลักของเมืองอัจฉริยะ

    12 พฤศจิกายน 2561

       ในปัจจุบันหลายเมืองทั่วโลก พยายามที่จะยกระดับให้กลายเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทซิตี้ ซึ่งความยาก-ง่ายในการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับขนาดของเมืองและจำนวนประชากรที่อาศัย เพราะหัวใจที่จะพัฒนาเมืองอัจฉริยะขึ้นอยู่กับการจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาลและตอบสนองต่อข้อมูลที่ได้มานั้นอย่างไร