ประเด็นหลัก

พัฒนา ‘คน’ ภารกิจเร่งด่วนที่ต้องช่วยกันยกระดับ
22 ธันวาคม 2561

   "คน" หรือ "แรงงาน" เป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ  การจะพัฒนาประเทศไปข้างหน้าให้ประสบความสำเร็จ  "แรงงาน" ถือเป็นตัวชี้วัดหลักที่จะบอกได้ว่า ประเทศจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว

   เห็นได้ชัดในบางประเทศ แม้จะขาดแคลนทุน หรือ ทรัพยากร  แต่หากมีแรงงานที่มีคุณภาพ ประเทศเหล่านั้นก็สามารถพัฒนาเศรษฐกิจไปข้างหน้าได้  แต่ในขณะเดียวกันในบางประเทศ ที่แม้มีทุน และ ทรัพยากรมากมาย แต่ไร้แรงงานมีฝีมือ ก็ไม่สามารถพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตได้เท่าที่ควร

   จึงไม่แปลกใจที่สถาบันจัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขันระหว่างประเทศ ได้ให้น้ำหนักเกี่ยวกับ ปัจจัยทางด้าน "คน" และ  "แรงงาน " เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดหลักสำหรับการประเมินผล  อย่างสถาบัน International Institute for Management Development  หรือ (IMD) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์   ก็ได้ทำการสำรวจเกี่ยวกับการสร้างบุคลการเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจ จัดทำออกมาเป็น ดัชนีที่ชื่อว่า   "IMD World Talent"  เพื่อประเมินขีดความสามารถในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในแต่ละประเทศ

    และล่าสุด IMD ก็ได้เปิดเผยรายงานดัชนี  "IMD World Talent Report ประจำปี 2018 ออกมาอย่างเป็นทางการ  โดยทางผู้จัดทำรายงาน ได้เก็บข้อมูลตัวชี้วัด กว่า 30 ตัวชี้วัด โดยแบ่งออกเป็น 3กลุ่มหลัก ประกอบไปด้วย ได้แก่ 1. ด้านการลงทุนและการพัฒนา (Investment and Development)  2.การดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถ (Appeal)  และ 3.ความพร้อมด้านบุคลากร (Readiness)

   โดยสำหรับปี 2018  ประเทศ 10 อันดับแรก บนดัชนีดังกล่าว ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มประเทศในยุโรป อันดับที่ 1 คือ สวิตเซอร์แลนด์  2. เดนมาร์ก 3. นอร์เวย์ 4. ออสเตรีย 5. เนเธอร์แลนด์  6. แคนาดา  7. ฟินแลนด์ 8.สวีเดน  9.ลักเซมเบิร์ก และ 10. เยอรมัน

   สำหรับประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 42 เช่นเดิม  ไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2017  และไทยเรายังเป็นประเทศอันดับ 3 ในภูมิภาคอาเซียน รองลงมาจากสิงคโปร์ และ มาเลเชีย  แต่ถึงแม้ว่า ไทยเรา ยังอยู่ในอันดับเดิม แต่ข่าวดีก็คือ คะแนนที่สำรวจมาของเราดีขึ้นทุกด้าน  อย่างในด้านดึงดูดบุคลากร ในปีนี้ได้คะแนน 61.32  ขณะที่ปีก่อนหน้าอยู่ที่ 59.21  ส่วนด้านการลงทุนและพัฒนา ก็ได้คะแนนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 41.12 สูงกว่าปีก่อนหน้าที่มีคะแนน 37.18 และด้านสุดท้าย ด้านความพร้อมของบุคลากร ก็มีคะแนนขยับเพิ่มมาอยู่ที่ 39.8  สูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 36.37 

   ทั้งนี้ถึงแม่คะแนนของไทยเราจะดีขึ้น แต่ก็ยังมีเรื่องต้องพัฒนาอีกมาก เพราะคู่แข่งของเรา ต่างก็เร่งสปีด ทั้งในกลุ่มบน ที่พยายามจะทิ้งห่าง และในกลุ่มล่างก็พยายามจะแซงเรา  ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยกัน เพื่อ เสริมจุดแข็ง และลดจุดอ่อน ที่เกี่ยวกับทักษะ ฝีมือแรงงานของไทยเรา

    หากประเมินดูจากข้อมูลที่ออกมา ต้องยอมรับว่า ด้านความพร้อมของบุคลากร(Readiness) ของเราถือเป็นจุดอ่อนมากที่สุด หากเทียบ 5ปีย้อนหลัง พบว่า อันดับทางด้านนี้ของไทย เคยขึ้นสูงสุดที่อันดับ 48 นอกจากนั้นก็ตกอยู่ในอันดับที่ 50 กว่ามาโดยตลอด     โดยเท่าที่ IMD ประเมิน จุดอ่อนทางด้านนี้ ของไทย มีอยู่ 4 เรื่องหลักๆ ที่ต้องแก้ไขโดยด่วน เรื่องแรก คือ กำลังแรงงาน (Labor Force Growth) หรือ ประชากรวัยทำงานของไทย เราอยู่ในทิศทางที่ลดลง ซึ่งไทยอยู่ในอันดับที่ 55 จากการสำรวจทั้งหมด ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาด้านประชากรศาสตร์ที่จำเป็นต้องแก้ไข  เรื่องที่สอง คือ ทักษะทางด้านภาษา ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องการ แต่ไทยยังมีปัญหาในเรื่องนี้ อีกเรื่อง คือ สัดส่วนนักศึกษาต่างประเทศ ที่มาศึกษาในไทยยังมีน้อย และอีกด้วยคือการวัดผลสอบ PISA ที่เป็นการวัดความรู้ทางด้านภาษา คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ที่เป็นมาตรฐาน ของไทยก็มีสอบประเมินผลตัวนี้น้อยมาก  ทั้ง 4 ด้านนี้ ไทยถือว่าอยู่อันดับรั้งท้าย จะมีเพียงแค่ ทักษะแรงงาน และประสบการณ์ทำงานระดับนานาชาติของผู้บริหารอาวุโสที่คะแนนค่อนข้างโดดเด่น นอกนั้นถือว่า ต้องปรับปรุงหมด โดยเฉพาะในเรื่องของการเรียนวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น หรือยกระดับการเรียนการสอน

    อีกด้านที่จะต้องพัฒนาควบคู่กัน ก็คือ ด้านการลงทุนและพัฒนาทักษะฝืมือแรงงาน  ซึ่งเรามีจุดอ่อนที่แย่มาก ก็คือ สัดส่วนครูต่อนักเรียนระดับมัธยม ซึ่งมีคะแนนที่แย่มาก เกือบจะเป็นที่โหล่ของการสำรวจ ซึ่งในส่วนนี้ภาครัฐน่าจะต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ด้วยการลงทุนกับระบบการศึกษา ให้มากขึ้น โดยเฉพาะการกระจายครูผู้สอนให้เพียงพอ แต่ถ้าไม่เพียงพอจริง อาจจะขอความร่วมมือจากภาคเอกชน ส่งบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในงานด้านต่างๆ มาสอนกับนักเรียน นักศึกษาโดยตรง ก็จะช่วยยกระดับการแข่งขันในด้านนี้ได้

   และด้านสุดท้าย ด้านการดึงดูดบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาทำงาน ซึ่งไทยเรา ค่อนข้างมีจุดแข็งทางด้านนี้ ถือเป็นกลุ่มที่ทำคะแนนได้สูงสุดเลย เพราะไทยเราได้เปรียบเรื่องต้นทุนค่าครองชีพที่ถูก และมีคุณภาพชีวิตที่ดี  รวมถึงอัตราภาษีบุคคลธรรมดาที่จูงใจและเหมาะสม ซึ่งในเร็วๆนี้เอง รัฐบาลไทย ก็เร่งเปิดการทำสมาร์ทวีซ่า ให้กับบุคคลจากต่างประเทศที่มีทักษะตรงกับแนวทางการพัฒนาของประเทศ ซึ่งเชื่อว่า จะเป็นอีกจุดที่จะต้องคนระดับหัวกะทิ เข้ามาทำงานในประเทศไทยมากขึ้น

   จากปัจจัยทั้งสามด้าน เห็นได้ชัดว่า หากขมวดปมออกมา  สิ่งที่เป็นเรื่องที่ต้องปรับปรุง คือ ระบบการศึกษา ที่ยังไม่เสริมสร้างความรู้ให้กับคนในประเทศได้มากพอ  ทั้งๆที่สามารถที่จะใช้ความรู้ ในการหาเลี้ยงชีพ สร้างรายได้ที่สูงขึ้น  ดังนั้นหากต้องการยกระดับ ทักษะ ฝีมือ แรงงาน เรื่องของการศึกษามีความสำคัญมาก ซึ่งการรอพึ่งแต่ ภาครัฐ หรือ สถาบันการศึกษาเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ   บางทีภาคเอกชน ที่มีความต้องการ ในเรื่องทักษะฝีมือ หรือ ความสามารถเฉพาะด้าน อาจจับมือร่วมกับสถาบันการศึกษา ในการเทรนนิ่งบุคลากร รวมถึงนำองค์ความรู้ที่ภาคเอกชนมีนำมาต่อยอดในสถาบันการศึกษา  เพื่อช่วยในการพัฒนาบุคลากรอีกทางหนึ่ง

   หรือในบางองค์กรเอกชน ที่มีความพร้อม ก็อาจจะจัดตั้ง สถาบันฝึกอบรมของตัวเอง ที่จะสร้างบุคลากรที่ตรงกับสายงานที่ต้องการ เพื่อให้มีแรงงานที่เข้าสู่ระบบที่ตรงจุด และสามารถทำงานให้เกิดประสิทธิภาพในระดับที่สูงขึ้นได้

ประเด็นหลักที่เกี่ยวข้อง

  • Re-Skill คือ สิ่งสำคัญที่คนยุค 2019 ต้องไม่มองข้าม

    31 มกราคม 2562

    ชีวิตของคนทำงานในยุคปัจจุบันนั้นไม่มีทางรู้เลยว่างานที่ตัวเองเคยทำอยู่จะถูกแทนที่ด้วยคอมพิวเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ หุ่นยนต์เมื่อไหร่ อย่างไรก็ตามในอีกมุม  การเข้ามาของเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็มีการสร้างตำแหน่งงานใหม่เช่นเดียวกัน นั่นก็หมายความว่า หากใครที่สามารถปรับตัวได้ และเสริมทักษะความสามารถ ให้สอดรับกับเทคโนโลยีและงานสมัยใหม่ โอกาสที่จะถูกเขี่ยพ้นจากตลาดงานก็เป็นไปได้ยากด้วยเช่นกัน